คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1445/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้ยกประเด็นข้อพิพาทขึ้นต่อสู้คดีในศาลชั้นต้น ย่อมไม่มีสิทธิยกประเด็นนั้นขึ้นอุทธรณ์ในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ เว้นแต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมดังเช่นจำเลยร่วมจำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือจากคำให้การของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียนป-1974 สงขลา ไปตามถนนสายอำเภอจะนะ-สงขลา ด้วยความเร็วสูงตามหลังและแซงรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น-5754 สงขลาของโจทก์ล้ำเส้นแบ่งครึ่งถนนไปทางด้านขวามือของรถยนต์โจทก์ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์โจทก์ ทำให้รถยนต์โจทก์เสียหลักตกไปข้างถนนได้รับความเสียหาย เสียค่าซ่อมเป็นเงิน 24,050บาท และขาดรายได้จากการประกอบอาชีพของโจทก์นับแต่วันละเมิดถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2533 รวม 27 วัน วันละ 800 บาท เป็นเงิน21,600 บาทกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้องจำนวน 855.93 บาท รวมเป็นเงินค่าเสียหายทั้งสิ้น 46,505.93 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน46,505.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 45,650 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์ด้วยความเร็วปกติไม่ได้ประมาทเลินเล่อแต่โจทก์เป็นฝ่ายขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกบริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(3) ศาลชั้นต้นอนุญาต
จำเลยร่วมให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายฟ้องโดยชัดแจ้งว่ารถยนต์ของโจทก์เสียหายอย่างใดส่วนไหนที่ได้รับความเสียหายและการซ่อมแซมจำต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง ทำให้จำเลยร่วมไม่เข้าใจข้ออ้างที่โจทก์เรียกร้องต่อจำเลย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 45,650 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2533จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 855.93บาท ยกฟ้องจำเลยร่วม
จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายมีใจความว่า โจทก์มิได้บรรยายว่ารถยนต์โจทก์เสียหายอย่างใดส่วนไหนที่ได้รับความเสียหาย การซ่อมแซมจำต้องซ่อมแซมอะไรบ้างรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายและค่าเสียหายโดยชัดแจ้งก็ไม่มี คำฟ้องของโจทก์จึงเคลือบคลุมนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมดังเช่นจำเลยร่วม จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือจากคำให้การของจำเลย ทั้งมิใช่ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1445/2538
นาย ลิ่ม ประพันธ์ โจทก์
นาย ดลร่อหมาน สะหีม จำเลย
จำเลยร่วม จำเลย
บริษัท รัตนโกสินทร์ ประกันภัย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ลิ่ม ประพันธ์ · จำเลย - นาย ดลร่อหมาน สะหีม · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - บริษัท รัตนโกสินทร์ ประกันภัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบัติ เดียวอิศเรศ · สุนพ กีรติยุติ · จำลอง สุขศิริ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา