คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1766/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนคดีต่อไปอีกนั้น ศาลจะอนุญาตได้ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ และหากไม่อนุญาตจะทำให้เสียความยุติธรรม
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 25 ตุลาคม 2533 ต่อจากนัดแรก จำเลยทั้งสองขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุจำเป็นว่าทนายความป่วย ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปสืบพยานโจทก์ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2533 ดังนั้นจำเลยทั้งสองจะขอเลื่อนคดีอีกไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียใดและถ้าศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนต่อไปอีกจะทำให้เสียความยุติธรรม ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 40 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยทั้งสองขอเลื่อนคดีอีก แม้คำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าในวันดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ไปตรวจสอบปศุสัตว์ของทนายจำเลยทั้งสองจึงต้องไปคอยอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ตามคำร้องหาได้มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ไม่ ทั้งการขอเลื่อนคดีต่อไปนั้น จำเลยทั้งสองก็หาไดแสดงให้เป็นที่พอใจว่าถ้าศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีต่อไปอีกก็จะทำให้เสียความยุติธรรมแต่ประการใด จำเลยทั้งสองจึงต้องห้ามมิให้เลื่อนคดีตามบทบัญญัติดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๓๖ นายวรพจน์ ลือบุญธวัชชัย กับพวก · ในฐานะ - ๘ นางมาลี เอื้อมนารมย์ · เอื้อมนารมย์ - ผู้จัดการมรดกของนายหล่อ · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โกษา ปิยสิรานนท์ · บุญศรี กอบบุญ · สละ เทศรำพรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ตียะไพบูลย์สิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา