⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 244/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่พาผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ถือเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารสำเร็จนับแต่เริ่มกระทำ และการข่มขืนกระทำชำเราผู้เยาว์อีก ถือเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหาก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยพาผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์อ้างว่าจะพาไปส่งบ้านแต่จำเลยกลับพาผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราถือว่าความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารสำเร็จนับแต่จำเลยเริ่มพรากผู้เสียหายไปการที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีกจึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.318

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318, 276, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก 318วรรคสามให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ขณะกระทำผิดจำเลยเป็นนักเรียนอายุ 18 ปี เห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 76 ลงโทษข้อหาข่มขืนกระทำชำเราจำคุก 2 ปี ข้อหาพรากผู้เยาว์จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติตามที่ศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยพาผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 17 ปีนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์อ้างว่า จะพาไปส่งบ้านแต่จำเลยกลับพาผู้เสียหายไปที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านเช่าอยู่ใกล้วัดพระนอน แล้วจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารและความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเป็นความผิดกรรมเดียวเพราะมีเจตนาเดียวกันโดยจำเลยมีเจตนาที่จะข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จึงต้องใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายให้ไปด้วยกันกับจำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยมีเจตนาพรากผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร ถือได้ว่าความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารสำเร็จนับแต่จำเลยเริ่มพรากผู้เสียหายไปโดยมีเจตนาดังกล่าวแล้ว การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหลังจากนั้นจึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งซึ่งต่างกรรมต่างวาระกับความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร การกระทำของจำเลยจึงเป็นหลายกรรมต่างกันเป็น 2 กระทง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2538 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายสมศักดิ์หรือหมู ปัตภี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายสมศักดิ์หรือหมู ปัตภี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 11981/2553ฎีกา 4825/2553ฎีกา 2238/2527ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 3343/2534ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 1203/2482ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1089/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ