คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2473/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ ส. ผู้ขับรถยนต์ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์จากการนำไปใช้ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 กระทำไปโดยประมาทเลินเล่อ แม้ ส. จะเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
รถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุมี ส. เป็นผู้ขับ จำเลยที่ 3 เช่าซื้อมามีจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 เป็นผู้ค้ำประกัน มีการพ่นชื่อจำเลยที่ 1 เช่นเดียวกับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 คนทั่วไปที่ได้พบเห็นรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุจะต้องเข้าใจว่าเป็นรถของจำเลยที่ 1 หลังเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ได้ต่อรองเรื่องค่าเสียหาย พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์ร่วมกันกับจำเลยที่ 3 เมื่อ ส. นำรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 3 ไปใช้ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 โดยประมาทเลินเล่อ กรณีถือได้ว่า ส. เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ด้วย จำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายปรีชา วัฒนาพร · ๑ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดถาวรวัสดุก่อสร้าง ที่ · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล · บรรเทิง มุลพรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายจรัญ เนาวพนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัฒนชัย โชติชูตระกูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา