คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3614/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดที่หนักกว่าที่โจทก์ฟ้องได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ความผิดที่หนักกว่านั้นได้รวมการกระทำอันเป็นความผิดที่โจทก์ฟ้องไว้ด้วยแล้ว และศาลได้พิจารณาได้ความว่าจำเลยได้กระทำความผิดนั้นจริง.
ย่อคำพิพากษา
ว.พ.ป.ส.ค และ ช. กับพวกนั่งคุยและผิงไฟจับกลุ่มกันอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน จำเลยขับรถอีแต๋นจะกลับบ้านและรถได้ตกลงไปในคลองข้างบ้าน พ.จำเลยไปขอให้บุคคลเหล่านั้นไปช่วยยกรถ บุคคลเหล่านั้นไม่ยอมไปช่วย จำเลยต่อว่าว่า ไม่มีน้ำใจ แล้วกลับไปเอามีดเหลียนมาไล่ฟัน พ. พวกของ พ.ก็เข้าไปช่วยเหลือ พ. แล้วเกิดต่อสู้ทำร้ายซึ่งกันและกันโดยจำเลยใช้มีดเหลียนฟัน ป.ส่วนพวกของ พ. ใช้จอบฟันและใช้ไม้ตีจำเลย ดังนี้ การที่จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุโดยไปเอามีดเหลียนและใช้มีดเหลียนไล่ฟัน พ.ก่อน จำเลยจะอ้างเหตุป้องกันตัวหาได้ไม่ แต่พฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่าจำเลยใช้มีดเหลียนฟัน ป.ในขณะชุลมุนต่อสู้ทำร้ายซึ่งกันและกัน ซึ่งจำเลยไม่มีโอกาสที่จะเลือกฟันได้และฟันไปเพียงครั้งเดียวจึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า ป. คงมีเจตนาเพียงทำร้ายเท่านั้น บาดแผลของ ป.ต้องใช้เวลารักษาประมาณ 30 วัน ทำให้ ป.ทำงานตามปกติไม่ได้เป็นเวลา1 เดือนเศษ จำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 297 (8) คดีนี้แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้อื่น แต่ความผิดดังกล่าวรวมการกระทำโดยเจตนาทำร้ายด้วยซึ่งเป็นความผิดอยู่ในตัว เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายผู้อี่นได้รับอันตราสาหัส ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในฐานความผิดตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · จำเลย - นายสินหรือดำ เพิ่มพูล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมิทธิ์ วราอุบล · สมาน เวทวินิจ · บรรเทิง มุลพรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายกมล ธีรเวชพลกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา