คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4792/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้นับโทษคดีหนึ่งรวมกับอีกคดีหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อคดีทั้งสองเกี่ยวพันกัน และหากเป็นคดีที่อาจฟ้องรวมกันได้ หรือศาลอาจมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันได้เท่านั้น การนับโทษรวมกันจะทำไม่ได้หากคดีนั้นไม่เกี่ยวพันกัน หรือมีลักษณะที่กฎหมายไม่ประสงค์ให้รวมกัน.
ย่อคำพิพากษา
คำร้องของจำเลยที่ขอให้นับโทษคดีนี้รวมกับโทษจำคุกตลอดชีวิตอีกคดีหนึ่งนั้นมิได้แสดงว่าคดีทั้งสองเกี่ยวพันกันอย่างไร และโจทก์อาจฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันได้หรือไม่ หรือหากโจทก์ฟ้องแยกกันมาศาลอาจมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันเพื่อความสะดวกแก่การพิจารณาพิพากษา ทั้งยังปรากฏว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาปล้นทรัพย์และพยายามฆ่าผู้อื่น ส่วนคดีที่จำเลยขอให้นับโทษคดีนี้รวมกับคดีดังกล่าวนั้น จำเลยถูกฟ้องในข้อหาต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ โดยเหตุเกิดต่างวันกันด้วย จึงเป็นคดีที่ไม่เกี่ยวพันกัน ไม่อาจรวมการพิจารณาพิพากษาได้ หากจะให้รวมการนับโทษตามคำร้องของจำเลยก็เท่ากับว่าผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุก 50 ปีถ้ากระทำความผิดอื่นอีกก็ไม่ต้องรับโทษ ซีงมิใช่เจตนารมณ์ของกฎหมายประสงค์ให้เป็นเช่นนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายชูฤทธิ์หรือฤทธิ์หรือแดง บุรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธวัชชัย พิทักษ์พล · สมาน เวทวินิจ · ชลอ บุณยเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมาน มณีรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญเลิศ เย็นทรวง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา