⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4835/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4835/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกที่ดินเพื่อสร้างวัดตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ต้องทำเป็นหนังสือสัญญากับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ และต้องได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ตั้งวัดก่อน จึงจะมีผลผูกพันตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ตามบทบัญญัติของกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ซึ่งออกตามความในมาตรา 6 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505บุคคลใดมีความประสงค์จะให้ที่ดินเพื่อสร้างวัดจะต้องทำสัญญากับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอท้องที่ที่จะสร้างวัด และเมื่อทางราชการอนุญาตให้ตั้งวัดแล้วบุคคลดังกล่าวต้องดำเนินการโอนที่ดินให้แก่วัด หากไม่ดำเนินการโอนก็ให้นายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอฟ้องบังคับให้โอนได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 2และที่ 3 ทำหนังสือสัญญายกที่ดินโฉนดเลขที่ 2602 และ 7961 ให้สร้างวัดกับนายอำเภอเมืองสมุทรสาครและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมืองสมุทรสาคร จึงไม่มีผลเป็นหนังสือสัญญายกที่ดินให้สร้างวัดตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 1(พ.ศ. 2507) ดังที่กล่าวข้างต้น ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 2 อยู่ โจทก์ที่ 2 จึงมีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะโอนขายให้แก่โจทก์ที่ 1 ได้โจทก์ที่ 1 ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2602 และ 7961 จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ และตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ระบุไว้ว่าหากทางราชการอนุญาตให้ตั้งวัดแล้ว และบุคคลที่แสดงความจำนงยกที่ดินให้สร้างวัด ซึ่งได้ทำสัญญากับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอไว้แล้ว ไม่โอนที่ดินให้แก่วัดบุคคลที่มีอำนาจฟ้องบังคับให้โอนที่ดินให้แก่วัดคือนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอส่วนจำเลยหามีบทบัญญัติของกฎหมายฉบับใดให้อำนาจให้กระทำได้ไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้ทำสัญญายกที่ดินให้สร้างวัดกับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ ไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตเพื่อสร้างวัด และทางราชการก็ยังไม่อนุญาตให้ตั้งวัด ดังนั้นแม้แต่นายอำเภอและเจ้าพนักงาน-ที่ดินอำเภอก็ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้โจทก์ที่ 2 และที่ 3 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2602,7961 และ 11860 หรือเพิกถอนการโอนที่ดินดังกล่าวได้ จำเลยซึ่งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจไว้และไม่ใช่คู่สัญญาหรือเจ้าหนี้ของโจทก์ที่ 2 และที่ 3จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินระหว่างโจทก์ที่ 1 กับโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ส่วนการขออนุญาตสร้างวัดก็เป็นเรื่องการแสดงเจตนาของบุคคลที่ประสงค์จะสร้างวัดและเป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคลนั้น ไม่ใช่กรณีที่เกิดจากนิติกรรมหรือบทบัญญัติของกฎหมาย จึงไม่อาจจะบังคับให้โจทก์ที่ 2 และที่ 3ไปขออนุญาตสร้างวัดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.523 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.524 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ม.6 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ม.32

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ๓๗ นายมนตรี คงสกุลถาวร · จำเลย - ๘ พระครูสุทธิธรรมสาคร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูชาติ ศรีแสง · จิระ บุญพจนสุนทร · วินัย วิมลเศรษฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายกิตติพงษ์ ศิริโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ตันติกุลานันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 693/2472ฎีกา 451/2494ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 973/2492ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา