⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5132-5135/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5132-5135/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นมิได้รวมพิจารณาพิพากษาคดีหลายสำนวนเข้าด้วยกัน และมิได้อ่านคำพิพากษาในวันเดียวกัน ทำให้วันถึงที่สุดของแต่ละสำนวนแตกต่างกัน จึงไม่ชอบที่จำเลยจะขอให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในวันเดียวกันและในหมายจำคุกฉบับเดียวกันได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกฟ้องรวม4สำนวนซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันแม้จะเกี่ยวพันกันแต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันและมิได้อ่านคำพิพากษาในวันเดียวกันวันถึงที่สุดของแต่ละสำนวนย่อมแตกต่างกันจึงไม่ชอบที่จำเลยจะขอให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในวันเดียวกันและในหมายจำคุกฉบับเดียวกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สืบเนื่อง มาจาก ศาลชั้นต้น พิพากษา ลงโทษ จำเลย ทั้ง สี่ สำนวนโดย ใน สำนวน แรก และ สำนวน ที่ สอง ซึ่ง ได้ รวม พิจารณา พิพากษา เข้า ด้วยกันพิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151,158, 161, 264, 265, 266, 268, 83 ทั้ง สอง สำนวน ให้ ลงโทษ ตามมาตรา 147 ซึ่ง เป็น บทหนัก ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 สำนวน แรก14 กรรม จำคุก กรรม ละ 10 ปี สำนวน ที่ สอง 54 กรรม จำคุก คน ละ 10 ปีจำเลย ให้การรับสารภาพ มีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ กรรม ละ กึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก สำนวน แรก กรรม ละ 5 ปีสำนวน ที่ สอง กรรม ละ 5 ปี เรียง กระทง ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ที่ แก้ไข ใหม่ รวม จำคุก สำนวน แรก 50 ปี และ สำนวน ที่ สอง 50 ปีเมื่อ ลงโทษ จำคุก ทั้ง สอง สำนวน สำนวน ละ 50 ปี แล้ว จึง ไม่อาจ นับ โทษต่อ กัน ได้ อีก ตาม บทบัญญัติ แห่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ที่ แก้ไข ใหม่ คำขอ ให้ นับ โทษ ติดต่อ กัน ใน สำนวน ที่ สอง ของ โจทก์ จึง ให้ยกใน สำนวน ที่ สาม พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 151, 158, 161, 264, 265, 266, 268 ลงโทษ ตาม มาตรา 147ซึ่ง เป็น บทหนัก ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 110 กรรมจำคุก กรรม ละ 10 ปี จำเลย ให้การรับสารภาพ มีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก กรรม ละ 5 ปีเรียง กระทง ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) รวม จำคุก 50 ปีเมื่อ จำเลย ต้อง คำพิพากษา สำนวน แรก จำคุก 50 ปี แล้ว จึง ไม่อาจ นับ โทษต่อ กัน ได้ คำขอ ให้ นับ โทษ ต่อ ให้ยก และ ใน สำนวน ที่ สี่ พิพากษา ว่าจำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 158, 161,264, 265, 266, 268 ลงโทษ ตาม มาตรา 147 ซึ่ง เป็น บทหนัก ตาม มาตรา 90รวม 261 กรรม จำคุก กรรม ละ 10 ปี จำเลย ให้การรับสารภาพ มีเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษ ให้ กึ่งหนึ่ง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก กรรม ละ5 ปี เรียง กระทง ลงโทษ ตาม มาตรา 91(3) รวม จำคุก 50 ปี ส่วน ที่ โจทก์ขอให้ นับ โทษ จำเลย ต่อ จาก โทษ จำเลย ใน สำนวน แรก สำนวน ที่ สอง และ ที่ สาม นั้นเนื่องจาก ความผิด คดี ดังกล่าว เป็น ความผิด หลายกรรม ต่างกัน กับ คดี นี้จึง ไม่อาจ นับ โทษ ต่อ กัน ได้ ตาม มาตรา 91(3) คดี ทั้ง สี่ สำนวน ถึงที่สุดแล้ว โดย ศาลชั้นต้น ได้ ออกหมาย จำคุก เมื่อ คดีถึงที่สุด ให้ ใน แต่ละ สำนวน จำเลย ทั้ง สี่ สำนวน ยื่น คำร้อง ว่า คดี ทั้ง สี่ สำนวน เป็น ความผิดเกี่ยวพัน กัน ซึ่ง โจทก์ สามารถ ฟ้อง จำเลย เป็น สำนวน เดียว กัน ได้หรือ ศาล อาจ ให้ รวม พิจารณา พิพากษา เข้า ด้วยกัน ได้ การ ที่ โจทก์ แยก ฟ้องแล้ว ทยอย ฟ้อง สำนวน ที่ สาม และ สำนวน ที่ สี่ ทำให้ ศาล ออกหมาย จำคุกให้ แก่ จำเลย ใน คราว เดียว กัน ไม่ได้ จำเลย จึง ไม่ได้ รับ การ พิจารณาพัก การ ลงโทษ ตาม พระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 มาตรา 32(5)ขอให้ รวม หมาย จำคุก ทั้ง สี่ สำนวน เป็น ฉบับ เดียว กัน โดย ให้ คดีถึงที่สุดวันเดียว กับ สำนวน แรก เพื่อ จำเลย จะ ได้รับ ประโยชน์ ตาม พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2579 มาตรา 32(5) ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ว่าคดี ทั้ง สี่ สำนวน มิได้ นับ โทษ ต่อ กัน จำเลย ทั้ง สี่ สำนวน อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน จำเลย ทั้ง สี่ สำนวน ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "การ ออกหมาย จำคุก เมื่อ คดีถึงที่สุด กับ การลงโทษ จำคุก ใน กรณี ความผิด หลายกรรม ต่างกัน ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 นั้น เป็น คน ละ เรื่อง คน ละ กรณี กัน จำเลย ถูก โจทก์ ฟ้องแยก สำนวน กัน มา ใน ข้อหา ความผิด ต่อ ตำแหน่ง หน้าที่ ราชการ และ ความผิดเกี่ยวกับ เอกสาร รวม 4 สำนวน แต่ละ สำนวน เป็น ความผิด หลายกรรม ต่างกันและ แม้ จะ เกี่ยวพัน กัน แต่ ศาลชั้นต้น ก็ มิได้ ให้ รวม พิจารณา พิพากษาแต่ละ สำนวน เข้า ด้วยกัน ทั้งหมด และ มิได้ อ่าน คำพิพากษา ใน วันเดียว กันคดี แต่ละ สำนวน จึง ถึงที่สุด ไม่ พร้อมกัน วัน อัน ถึงที่สุด ของ คดีแต่ละ สำนวน ดังกล่าว ก็ ย่อม จะ แตกต่าง กัน จึง ไม่ชอบ ที่ จำเลย จะ ขอให้ออกหมาย จำคุก เมื่อ คดีถึงที่สุด ใน วันเดียว กัน และ ใน หมาย จำคุกฉบับ เดียว กัน ได้ ที่ ศาลชั้นต้น ออกหมาย จำคุก เมื่อ คดีถึงที่สุดทั้ง สี่ สำนวน โดย แต่ละ สำนวน ให้ ออกหมาย จำคุก เมื่อ คดีถึงที่สุดใน วันที่ สิ้นสุด ระยะเวลา อุทธรณ์ ใน แต่ละ สำนวน เป็น การ ชอบแล้วไม่มี เหตุ ที่ จะ รวม หมาย จำคุก เมื่อ คดีถึงที่สุด ทั้ง สี่ สำนวน ดัง ที่จำเลย ฎีกา ขอ มา คำพิพากษา ของ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 ชอบแล้ว ฎีกา ของ จำเลยทั้ง สี่ สำนวน ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5132 - 5135/2538 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ จ่าสิบตำรวจ ปัญญา คุ้มคง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - จ่าสิบตำรวจ ปัญญา คุ้มคง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรินทร์ นาควิเชียร · นาม ยิ้มแย้ม · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ