คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5952/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องคดีใหม่ โดยมีจำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีเดิม แต่โจทก์ในคดีใหม่เป็นบุคคลคนละคนกับโจทก์ในคดีเดิม ไม่ถือเป็นฟ้องซ้อน
เมื่อมีการขายฝากทรัพย์สินและผู้ขายฝากได้ขอไถ่ภายในกำหนดเวลา ผู้รับซื้อฝากจำต้องยอมให้ไถ่ทรัพย์สินนั้น แม้จะมีข้อตกลงอื่นใดระหว่างคู่กรณี ก็ไม่ตัดสิทธิของผู้ขายฝากในการไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากนั้น
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้โจทก์เป็นผู้ฟ้องจำเลย ส่วนคดีหมายเลขดำที่ 2514/2533ของศาลชั้นต้นเป็นกรณีที่จำเลยในคดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลย มิใช่โจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 2514/2533 ของศาลชั้นต้นมาเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้อีกจึงไม่เป็นฟ้องซ้อนอันจะต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 173 วรรคสอง
เมื่อโจทก์ขายฝากที่ดินไว้แก่จำเลยทั้งสอง และได้ขอไถ่ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ จำเลยทั้งสองต้องให้โจทก์ไถ่ทรัพย์ที่รับขายฝากไว้ ข้อที่ว่าโจทก์กับจำเลยที่ 2 มีความผูกพันตามหนังสือสัญญาเพื่อประโยชน์ต่างตอบแทนเมื่อคู่กรณีจะต้องปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จะต้องโอนที่ดินที่ขายฝากให้จำเลยที่ 2ก็เป็นเรื่องที่จะต้องบังคับกันอีกต่างหาก ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะไถ่ที่ดินที่ขายฝากรายนี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายภักตร์ ช้างทอง · จำเลย - พันตำรวจโทมหัคฆพันธ์ สุรคุปต์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · อำนวย หมวดเมือง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเรวัตร สกุลคล้อย · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเดิมพัน จรรยามั่น |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา