คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6193/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อค่าเช่าอาคารพิพาทที่กำหนดไว้แน่นอนแล้วไม่เกินเดือนละสี่พันบาทในขณะยื่นคำฟ้อง คดีนั้นจะห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
2. จำเลยสามารถนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารได้ หากไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง
ย่อคำพิพากษา
เมื่อค่าเช่าอาคารพิพาทในขณะยื่นคำฟ้องได้กำหนดกันไว้แน่นอนแล้วว่าไม่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงไม่มีกรณีที่จะต้องพิจารณาอีกต่อไปว่า อาคารพิพาทดังกล่าวอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องเดือนละเท่าใด คดีของโจทก์จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224วรรคสอง
ในกรณีที่จำเลยมีหนังสือโต้แย้งการบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารตามเอกสารหมาย ล.1 ไปถึงโจทก์ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงจำเลยจึงนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารหมาย ล.1 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทบุญสิทธิ์ จำกัด · จำเลย - นายเตีย แซ่ลิ้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต เพชรปลูก · อากาศ บำรุงชีพ · ทวีชัย เจริญบัณฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายโสภณ บางยี่ขัน · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย หมวดเมือง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา