คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนที่ได้จากการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นพยานหลักฐานที่ศาลรับฟังได้ แม้จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นการกระทำความผิดก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
คำเบิกความของพนักงานสอบสวนพยานโจทก์ที่ว่า พยานเป็นผู้ร่วมสอบสวนจำเลย จำเลยได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน มีการจัดให้จำเลยนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพและถ่ายภาพไว้ เป็นคำเบิกความของประจักษ์-พยานในข้อที่ว่าคดีนี้มีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนคนใดและจำเลยให้การชั้นสอบสวนว่าอย่างไร
จำเลยให้รายละเอียดต่าง ๆ ในการร่วมกระทำความผิดกับพวกตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาและบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพรวมทั้งภาพถ่ายไว้เป็นขั้นเป็นตอนมีเหตุมีผลต่อเนื่องเชื่อมโยงกันควรแก่การเชื่อถือฟังได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนโดยความสมัครใจตามความเป็นจริง แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นการกระทำความผิดของจำเลยและพวก แต่เมื่อฟังคำเบิกความของพนักงานสอบสวนกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนประกอบกันแล้ว เชื่อได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้ร่วมกับพวกทำการลักรถยนต์ของผู้เสียหายไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว · จำเลย - นายสุรสิทธิ์ สมรฤทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรินทร์ นาควิเชียร · นาม ยิ้มแย้ม · จรัญ หัตถกรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายสมคิด แสงธรรม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายจรัส พวงมณี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา