คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6299/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายทรัพย์สินที่ถูกยึดตามคำสั่งศาลโดยสุจริต ผู้ซื้อย่อมได้สิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้นโดยไม่เสียไป แม้ภายหลังจะปรากฏว่าผู้ร้องขัดทรัพย์มีสิทธิในทรัพย์สินนั้นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
เดิมที่ดินพิพาท ท.เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ต่อมา ท.ถึงแก่กรรมที่ดินพิพาทเป็นมรดกตกได้ ล. ภายหลังศาลชั้นต้นได้ยึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดโจทก์ได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์ของโจทก์ในคดีก่อน เป็นการแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท จำเลยซื้อที่ดินพิพาทหลังจากศาลได้มีคำพิพากษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า จำเลยซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตในการขาดทอดตลาดตามคำสั่งศาล สิทธิของจำเลยไม่เสียไป ป.พ.พ.มาตรา 1330จำเลยจึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางละม้าย บุญนิธิ · จำเลย - นายวิรุณ เมืองด้วง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์ · ผล อนุวัตรนิติการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางสาวปชาบดี คำปาน · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสมชัย จึงประเสริฐ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา