⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6329/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6329/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด แม้ศาลอุทธรณ์จะทำในรูปคำพิพากษาก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา236บัญญัติไว้ว่าในกรณีที่มีอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์เมื่อผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ก็ดีหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ก็ดีให้คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดฉะนั้นแม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้ทำในรูปคำสั่งแต่ได้ทำในรูปคำพิพากษาแต่ก็พิพากษายืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องก็ย่อมเป็นที่สุดเช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากบริษัทฮิมพาเลช จำกัด ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปล่อยอาคารโรงแรมฮิมพาเลช ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องว่า ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของผู้ร้องนั้น ไม่มีมูลความจริงเนื่องจากไม่ปรากฏว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์กันทางทะเบียนและไม่ปรากฏว่า ผู้ร้องมีเจตนาเสนอขอไถ่ถอนจำนองต่อโจทก์ หากแต่ยื่นเข้ามาเพื่อประวิงคดีให้ชักช้าและทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินจำนวน 18,606,550.86 บาท เพื่อประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์สำหรับความเสียหายที่โจทก์อาจได้รับเนื่องจากเหตุเนิ่นช้าในการบังคับคดี ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 3,000,000 บาท ภายในวันที่ 4 ตุลาคม 2536 มิฉะนั้นถือว่าผู้ร้องไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์เนื่องจากเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ผู้ร้องขัดทรัพย์ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 บัญญัติว่า "ถ้าศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์" และมาตรา 236 บัญญัติว่า"เมื่อคู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ให้ศาลส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยไม่ชักช้าพร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและฟ้องอุทธรณ์ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องตรวจสำนวน ให้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ ในกรณีเช่นนี้ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้อง แล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดแล้วส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นอ่าน" เห็นว่า ตามมาตรา 236 บัญญัติไว้แจ้งชัดว่า ในกรณีที่มีอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์นั้นเมื่อผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ก็ดี หรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ก็ดี ให้คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ฉะนั้นแม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้ทำออกมาในรูปคำสั่งแต่ได้ทำออกมาในรูปคำพิพากษา แต่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์ ก็ย่อมเป็นที่สุดเช่นกัน ดังนัยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ผู้ร้องขัดทรัพย์จะฎีกาอีกหาได้ไม่ แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกามา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายก ฎีกา ของ ผู้ร้องขัดทรัพย์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6329/2538 ธนาคาร ทหารไทย จำกัด โจทก์ บริษัท ฮิมพาเลช จำกัด ผู้ร้อง บริษัท นครสวรรค์ โรงแรมนครอินทร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ทหารไทย จำกัด · ผู้ร้อง - บริษัท ฮิมพาเลช จำกัด · จำเลย - บริษัท นครสวรรค์ โรงแรมนครอินทร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6602/2541ฎีกา 432/2503ฎีกา 8277/2551ฎีกา 3190/2530ฎีกา 9276/2542ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 5187/2548ฎีกา 8584/2553ฎีกา 1404/2498ฎีกา 5503/2536ฎีกา 42/2509ฎีกา 4659/2552ฎีกา 10431/2550ฎีกา 432/2542ฎีกา 3666/2540ฎีกา 2197/2548ฎีกา 657-660/2510ฎีกา 628/2532ฎีกา 170/2504ฎีกา 2405/2533ฎีกา 1582/2556ฎีกา 6260/2541ฎีกา 6582/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา