⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6499/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6499/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบอำนาจให้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนในคดีใดคดีหนึ่งโดยเฉพาะ ถือเป็นการมอบอำนาจให้กระทำการครั้งเดียว ต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท และผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องแย้งได้

ย่อคำพิพากษา

หนังสือมอบอำนาจระบุว่า จำเลยมอบอำนาจให้ ว.ดำเนินคดีนี้แทนและระบุเลขคดี ชื่อศาล กับชื่อคู่ความไว้โดยให้มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาในทางจำหน่ายสิทธิ เช่น ยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง การถอนฟ้องการประนีประนอมยอมความ การสละสิทธิการใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ฎีกา การขอให้พิจารณาใหม่ รวมทั้งมีอำนาจรับเอกสารคืนจากศาล การแต่งตั้งตัวแทนช่วงเพื่อการนี้ด้วย เป็นการที่จำเลยมอบ อำนาจให้ ดำเนินคดีแทนเฉพาะคดีนี้ ถือว่ามอบอำนาจให้กระทำการ ครั้งเดียว ต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7(ก) การที่จำเลยมอบอำนาจให้ ว. มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตามหนังสือมอบอำนาจ ย่อมหมายถึงให้มีอำนาจในการต่อสู้คดีซึ่งรวมถึงมีอำนาจฟ้องแย้งมาในคำให้การได้ด้วยและผู้รับมอบอำนาจย่อมตั้งทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.47 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2521บริษัทสยามยามาฮ่า จำกัด รับโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ต่อมาวันที่ 1 มกราคม 2536 บริษัทสยามยามาฮ่า จำกัด โอนย้ายโจทก์ไปเป็นพนักงานของจำเลยในตำแหน่งพนักงานส่งของ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2536 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ทุจริตยักยอกเงินค่าส่งสินค้า ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้เพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม หากไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานได้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 49,110 บาท ค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท กับให้จำเลยจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินสมทบในส่วนของจำเลยเป็นเงิน 52,164.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นพนักงานของจำเลยในตำแหน่งพนักงานส่งของ มีหน้าที่นำสินค้าของจำเลยจัดส่งให้ลูกค้าโดยนำไปส่งยังบริษัทขนส่งและเป็นผู้เบิกเงินจากจำเลยนำไปชำระค่าขนส่งสินค้า โจทก์ได้เรียกร้องเงินจากบริษัทขนส่งโดยขอให้เขียนใบเสร็จรับเงินเกินกว่าราคาค่าขนส่งจริงแล้วนำใบเสร็จรับเงินดังกล่าวมาแสดงเพื่อนำเงินส่วนที่เกินไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ กับให้โจทก์ชำระเงินส่วนเกินจากค่าขนส่งที่โจทก์ชำระไปจริง พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่โจทก์เอาไปรวมเป็นเงินจำนวน 675 บาท และให้โจทก์ชำระค่าเสียหายจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มิได้ทุจริต จำเลยไม่เสียหายขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 2,062 บาท แก่จำเลยพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโดยเงินจำนวน 2,000 บาท ให้คิดตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2537อันเป็นวันฟ้องแย้ง ส่วนเงินจำนวน 62 บาท ให้คิดตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย ล.23 ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนบริบูรณ์หรือไม่และผู้รับมอบอำนาจจำเลยมีอำนาจฟ้องแย้งหรือไม่ พิเคราะห์แล้วตามหนังสือมอบอำนาจฉบับดังกล่าวระบุข้อความว่า จำเลยมอบอำนาจให้นายวุฒิ รายนานนท์ ดำเนินคดีนี้แทนและระบุเลขคดี ชื่อศาลกับชื่อคู่ความไว้โดยให้มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลในทางจำหน่ายสิทธิ เช่น ยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้องการถอนฟ้อง การประนีประนอมยอมความ การสละสิทธิการใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ฎีกา การขอให้พิจารณาใหม่ มีอำนาจรับเอกสารคืนจากศาล การแต่งตั้งตัวแทนช่วงเพื่อการนี้ด้วย เห็นว่า ตามข้อความในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นการที่จำเลยมอบอำนาจให้นายวุฒิดำเนินคดีแทนเฉพาะคดีนี้ แม้ว่าจะมีข้อความระบุว่าให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลในเรื่องต่าง ๆ ก็ต้องถือว่ามอบอำนาจให้กระทำการเพียงครั้งเดียว เมื่อจำเลยปิดอากรแสตมป์10 บาท ถือว่าบริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7(ก) แล้ว จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้และการที่จำเลยมอบอำนาจให้นายวุฒิมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตามหนังสือมอบอำนาจดังกล่าว ย่อมหมายถึงให้มีอำนาจในการต่อสู้คดีซึ่งรวมถึงอำนาจฟ้องแย้งมาในคำให้การได้ด้วยและผู้รับมอบอำนาจย่อมตั้งทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวได้ศาลแรงงานกลางสั่งรับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6499/2538 นาย พิชัย ห่อ ทอง โจทก์ บริษัท วี.อาร์.วิคเตอร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พิชัย ห่อ ทอง · จำเลย - บริษัท วี.อาร์.วิคเตอร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์ ตันติเตมิท · พรชัย สมรรถเวช · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9223/2544ฎีกา 8322/2544ฎีกา 1780/2493ฎีกา 745/2565ฎีกา 3278/2527ฎีกา 437/2518ฎีกา 2716/2519ฎีกา 2238/2532ฎีกา 5688/2545ฎีกา 819/2497ฎีกา 992/2546ฎีกา 1650/2567ฎีกา 7684/2538ฎีกา 5028/2541ฎีกา 5095/2548ฎีกา 5387/2549ฎีกา 2577/2535ฎีกา 5829/2540ฎีกา 5520/2549ฎีกา 1650/2520ฎีกา 566/2518ฎีกา 367/2494ฎีกา 793/2504ฎีกา 1949/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา