คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6608/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยค้ำจุนย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยต่อบุคคลภายนอก แม้ผู้เอาประกันภัยจะผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ก็ตาม และผู้รับประกันภัยจะนำเงื่อนไขนั้นมาใช้บังคับแก่บุคคลภายนอกไม่ได้. การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยร่วมเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนจำเลยที่ 1 จำเลยร่วมย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยเพื่อความวินาศภัยอันเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งและซึ่งจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 887 ทั้งนี้แม้ จำเลยที่ 1 ไม่ได้แจ้งอุบัติเหตุให้จำเลยร่วมทราบตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันภัยก็ตาม ก็เป็นเรื่องระหว่างจำเลยร่วมกับจำเลยที่ 1 เท่านั้น โจทก์เป็นบุคคลภายนอกสัญญา จำเลยร่วมในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะนำเงื่อนไขดังกล่าวในกรมธรรม์ประกันภัยมาใช้บังคับโจทก์ด้วยไม่ได้
คดีนี้โจทก์ฟ้องตามสัญญาประกันภัยเพื่อเรียกให้จำเลยร่วมผู้รับประกันภัยรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน จึงมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัยตามป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคหนึ่ง คดีนี้เกิดวินาศภัยในวันที่ 23 เมษายน 2534แต่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นจำเลยร่วมวันที่ 27 กรกฎาคม2535 จึงยังไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัททิพยประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายเหมันต์ สายศรีแก้ว กับพวก · จำเลยร่วม - บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธีระจิต ไชยาคำ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงดุสิต - นายชัยพร สมบุญวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จินดาอินทร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา