คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8228/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การค้ำประกันเพื่อขอทุเลาการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีผลผูกพันเฉพาะในชั้นศาลที่ขอทุเลาเท่านั้น เมื่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกยกเลิกโดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ สัญญาค้ำประกันย่อมสิ้นผลบังคับ
ย่อคำพิพากษา
หนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยทำในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพื่อขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 กฎหมายกำหนดวิธีการอยู่ในอำนาจศาลเป็นชั้น ๆ ไป ไม่ใช่มีผลเป็นหลักประกันในการทุเลาการบังคับคดีในชั้นฎีกาเป็นการล่วงหน้าไปด้วย แม้หนังสือสัญญาค้ำประกันของจำเลยใช้ข้อความว่าขอทำหนังสือสัญญาค้ำประกันให้ไว้ต่อศาลว่าเมื่อคดีถึงที่สุด จำเลยไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ ยินยอมให้บังคับเอาจากทรัพย์สินที่วางประกันไว้ การประกันก็มีผลในชั้นอุทธรณ์เท่านั้น เมื่อหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในส่วนค่าเสียหายถูกยกไปโดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ สัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ด้วยเงินของจำเลยดังกล่าวย่อมไม่มีผลผูกพันจำเลยอีกต่อไป เมื่อจำเลยยื่นคำแถลงขอคืนโฉนดที่ดินที่นำมาวางประกันไว้ตามสัญญาค้ำประกัน จึงต้องคืนโฉนดที่ดินให้จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอรุณ ภักดีประพันธ์ · จำเลย - นายเชาว์ ธนทวี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากาศ บำรุงชีพ · ชัยนาท พันตาวงษ์ · มหินทร์ สุรดินทร์กูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายสุพัฒน์ ลอยชูศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายนินนาท สาครรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา