คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยจะผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรบัตรเอทีเอ็มหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าบัตรเอทีเอ็มที่นำไปถอนเงินนั้นเป็นของจำเลยเองหรือเป็นของผู้อื่นที่ถูกลักไป หากเป็นบัตรของผู้อื่นที่ถูกลักไป การนำไปถอนเงินก็อาจเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ได้ แต่หากจำเลยเป็นเจ้าของบัตร การนำไปถอนเงินก็ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร
ย่อคำพิพากษา
เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า บัตรเอทีเอ็มที่มีผู้นำไปถอนเงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายจากเครื่องเอทีเอ็มเป็นบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไป และโจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจรบัตรเอทีเอ็ม มิได้ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจรเงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายที่ถอนไป ดังนั้น หากจำเลยเป็นผู้นำบัตรเอทีเอ็มไปถอนเงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหาย จำเลยก็ยังไม่มีความผิดตามฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายพินัย พร้อมบูรณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · อำนวย หมวดเมือง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายเฉลียว พลวิเศษ · ศาลอุทธรณ์ - นายพลรัตน์ ประทุมทาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา