คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2340/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การระบุชื่อโจทก์ผิดพลาดเล็กน้อย แต่เจตนารมณ์ของคำฟ้องชัดเจนว่าเป็นการฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดก ถือว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง
การครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของ โดยมิได้มีเจตนาเป็นเจ้าของ แม้จะครอบครองนานเพียงใด ก็ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น
ย่อคำพิพากษา
แม้ตามฟ้องโจทก์จะระบุชื่อโจทก์ที่ 1 ว่า กองมรดก ห.ซึ่งไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายก็ตาม แต่เมื่ออ่านคำฟ้องของโจทก์ที่ 1 โดยตลอดแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า บ.ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ห.เป็นผู้ฟ้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของ ห.ที่ บ.เป็นผู้จัดการมรดก ดังนั้น การระบุชื่อโจทก์ที่ 1 ดังกล่าว จึงเป็นเพียงการใช้ถ้อยคำผิด แท้จริงแล้วเท่ากับ บ.ฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกของ ห.ถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 มีอำนาจฟ้อง
จำเลยขออาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสอง มิได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ แม้จำเลยจะครอบครองมานานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | - กองมรดกหลวงอนุภาษภูเก็ตการ กับพวก โจทก์ · จำเลย - นางหยิน แซ่แต่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ผล อนุวัตรนิติการ · สมปอง เสนเนียม · จารุณี ตันตยาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายสมเลข สุวรรณนิมิตร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสุรพล เอกโยคยะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา