⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 237/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาทำสัญญาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์สินอันเป็นสาระสำคัญของสัญญา เป็นโมฆียะกรรม เมื่อมีการบอกล้างแล้ว สัญญาก็เป็นโมฆะ และคู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพร้อมกับโทรศัพท์ให้แก่จำเลยทั้งสองเพื่อดำเนินกิจการโรงแรม แต่อาคารพิพาทจะใช้เป็นโรงแรมได้ต่อเมื่อโจทก์ได้แก้ไขตามเงื่อนไขของเจ้าพนักงานกรุงเทพมหานคร โจทก์มิได้แก้ไขและล่วงเลยเวลาที่แก้ไขก่อนที่โจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาจะซื้อจะขายกัน 3 ปีแล้ว โจทก์ปกปิดข้อเท็จจริงซึ่งควรจะแจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ และหากจำเลยทั้งสองได้ทราบแล้วคงจะไม่ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายด้วย กรณีถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาด้วยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ซึ่งนับว่าเป็นสาระสำคัญสัญญาจะซื้อจะขายจึงเป็นโมฆียะกรรม เมื่อจำเลยทั้งสองได้บอกล้างแล้วย่อมตกเป็นโมฆะ คู่กรณีจึงกลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยทั้งสองไม่มีความผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายและไม่จำต้องชำระหนี้ตามเช็คพิพาทที่จำเลยทั้งสองสั่งจ่ายชำระราคาให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.157

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเมโทรบิลดิ้ง จำกัด · ดุลยธรรมภักดี - นายกาญจน์ฐพงศ์หรือสุรินทร์ · จำเลย - กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ คำอ่อน · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ปราโมทย์ ชพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุวัฒน์ วรรธนะหทัย · ศาลอุทธรณ์ - นางอรพินท์ เศรษฐมานิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8056/2540ฎีกา 2493/2553ฎีกา 6103/2545ฎีกา 6228/2539ฎีกา 6075/2549ฎีกา 227/2539ฎีกา 6518/2545ฎีกา 2882/2548ฎีกา 7019/2567ฎีกา 3285/2553ฎีกา 2471/2541ฎีกา 1202/2541ฎีกา 3942/2553ฎีกา 1955/2538ฎีกา 568/2541ฎีกา 3673/2540ฎีกา 1166/2515ฎีกา 3339/2565ฎีกา 257/2537ฎีกา 288/2486ฎีกา 1443/2539ฎีกา 3105/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา