คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2445/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้มีชื่อในหนังสือมีสิทธิครอบครองที่ดิน หากมีบุคคลอื่นพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่แท้จริง ข้อสันนิษฐานดังกล่าวก็ย่อมตกไป และการจำนองที่ดินโดยบุคคลที่ไม่มีสิทธิในที่ดินนั้น ย่อมไม่ส่งผลให้ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองได้ แม้จะรับจำนองโดยสุจริตก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
เดิมที่ดินพิพาทเป็นของ ส. เมื่อ ส.ถึงแก่กรรม ที่ดินพิพาทตกได้แก่ ช.มารดาของผู้ร้อง ต่อมา ช.ถึงแก่กรรมที่ดินพิพาทตกได้แก่ผู้ร้องและผู้ร้องได้ยึดถือครอบครองมาโดยตลอด ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท แม้ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์จะมีชื่อจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าจำเลยมีสิทธิเช่นนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 เมื่อผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ข้อสันนิษฐานตามมาตราดังกล่าวย่อมตกไป การที่จำเลยซึ่งไม่ใช่เจ้าของที่ดินพิพาทนำที่ดินพิพาทไปจำนองไว้แก่โจทก์ แม้โจทก์จะรับจำนองไว้โดยสุจริตก็ตาม ก็หามีผลให้โจทก์มีสิทธิที่จะบังคับเอาแก่ที่ดินพิพาทในฐานะผู้รับจำนองไม่ เพราะขัดต่อบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 705 จึงต้องปล่อยทรัพย์พิพาทไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารศรีนคร จำกัด · ผู้ร้อง - นายมานิต วงศ์ภักดี · จำเลย - นายบรรยงค์ เรืองฤทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระ บุญพจนสุนทร · วินัย วิมลเศรษฐ · ชูชาติ ศรีแสง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายวิจิตร สุวิชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายอภิศักดิ์ พรวชิราภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา