⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4461/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4461/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ตายมีส่วนในการกระทำผิดด้วย ทำให้ผู้ตายมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายและไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ตายและจำเลยต่างขับรถด้วยความเร็ว และต่างขับรถเข้าไปในช่องเดินรถของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย เป็นการขับรถโดยประมาททั้งสองฝ่ายเมื่อผู้ตายมีส่วนกระทำผิดด้วย ผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4)โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบิดาผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตามมาตรา 5(2) ไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามมาตรา 30

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคืน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2535 เวลากลางวัน จำเลยขับรถยนต์ตู้โดยสาร หมายเลขทะเบียน 10-0890 สงขลา แล่นไปตามถนนกาญจนวนิชจากอำเภอหาดใหญ่มุ่งหน้าไปอำเภอเมืองสงขลาชิดไปทางขวาคร่อมเส้นแนวแบ่งช่องเดินรถโดยความประมาทน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินและไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น เมื่อถึงหน้าวัดเนินไศล ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นย่านชุมชนการจราจรคับคั่ง จำเลยไม่ลดความเร็วเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน สงขลา ผ-9694 ที่นายทรงกลด มองมาไพรี ขับสวนทางมา รถจักรยานยนต์เสียหายนายทรงกลดถึงแก่ความตายและนายสมบัติ หมัดสะอิ ผู้ซึ่งโดยสารรถที่จำเลยขับได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรและไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 34, 43, 78,157, 160 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายกล่อม มองมาไพรี บิดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78, 160 วรรคแรก จำคุก 3 เดือนและปรับ 9,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 6,000 บาทโทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยตามมาตรา 291ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 6 ปี ด้วย เมื่อรวมกับโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78, 160 วรรคแรก ซึ่งไม่รอการลงโทษและปรับแล้วเป็นจำคุก 6 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์ตู้รับผู้โดยสารเต็มคันรถโดยมีนายสมบัติ หมัดสะอิ นั่งด้านหน้าแถวเดียวกับจำเลย จากอำเภอหาดใหญ่มุ่งหน้าไปยังอำเภอเมืองสงขลาตามถนนกาญจนวานิชส่วนนายทรงกลด มองมาไพรี ผู้ตาย ขับรถจักรยานยนต์บนถนนสายเดียวกันมุ่งหน้าไปยังอำเภอหาดใหญ่ เมื่อรถทั้งสองคันแล่นสวนกันมาถึงที่เกิดเหตุชนกันตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.1 เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และนายสมบัติได้รับอันตรายสาหัส การที่ผู้ตายและจำเลยต่างขับรถด้วยความเร็วและต่างขับรถเข้าไปในช่องเดินรถของอีกฝ่ายหนึ่งจึงฟังได้ว่าขับรถโดยประมาททั้งสองฝ่าย ที่จำเลยฎีกาอีกข้อว่า ผู้ตายไม่ใช่ผู้เสียหายตามนิตินัยนั้น เมื่อผู้ตายมีส่วนกระทำผิดด้วยผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบิดาผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตามมาตรา 5(2) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามมาตรา 30 ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโจทก์ร่วมก็ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน คดีนี้โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3จึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4461/2539 อัยการ สงขลา โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายก ล่อ ม มองมาไพ รี โจทก์ นาย อาทิตย์ เค หา สุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ สงขลา · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายก ล่อ ม มองมาไพ รี · จำเลย - นาย อาทิตย์ เค หา สุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 3593/2529ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 858-861/2554ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2894/2523ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา