คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4574/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ต้องเป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ในประเด็นที่พิพาทกันตามคำฟ้องและคำให้การเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
การขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 264 นั้น ต้องเป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ในประเด็นที่พิพาทกันตามคำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครบอครองปลูกสร้างโรงอิฐ ปลูกต้นยางพารา ต้นกล้วยและต้นมะพร้าวในที่ดินสาธารณประโยชน์ บัดนี้ทางราชการประสงค์จะใช้ที่ดินปลูกสร้างอาคาร จึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดิน จำเลยให้การว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทมาจากผู้มีชื่อ ที่ดินพิพาทไม่ได้ไม่ได้เป็นที่ดินสาธารณเป็นที่ดินสาธารณสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ดินทุ่งหวังหรือทุ่วช่วงกิ่วไม่ครอบคลุมถึงที่ดินของจำเลย ขอใหัยกฟัอง กรณีจึงเป็นเรื่องพิพาทเกี่ยวกับตัวที่ดินเป็นหลัก ซึ่งทางศาลพิพากษาให้จำเลยชนะคดีก็มีที่ดินที่จะบังคับคดีได้ ตามคำฟ้องและคำให้การไม่มีประเด็นเรื่องโจทก์ทำละเมิดต่อจำเลยและจำเลยได้รับความเสียหายจากการกระทำนั้น จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งห้ามโจทก์เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท หรือขุดลอกรื้อถอนดินลูกรังเสาเข็ม แลอาคารออกไปจากที่ดินพิพาทในระหว่างพิจารณา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอำเภอเมืองตรัง · กิตติพฤติพันธ์ - นายสุรกิจ · จำเลย - หรือกิตติพฤฒิพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ผล อนุวัตรนิติการ · ผล อนุวัตรนิติการ · จารุณี ตันตยาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายประทีป อ่าววิจิตรกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายชนะ ภาสกานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา