คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4612/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
วัตถุตำรับใดที่มีอีเฟดรีนผสมอยู่ ถือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงโครงสร้างทางเคมีหรือรูปแบบของวัตถุตำรับนั้น การมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองพร้อมอุปกรณ์สำหรับการแบ่งขาย แสดงให้เห็นถึงเจตนาครอบครองเพื่อขาย.
ย่อคำพิพากษา
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 86 (พ.ศ.2536)เรื่อง เปลี่ยนแปลงประเภทวัตถุออกฤทธิ์ตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ได้ประกาศกำหนดให้อีเฟดรีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประกาศฉบับดังกล่าวนี้ได้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 51 และฉบับที่ 71 ที่เกี่ยวกับอีเฟดรีนแล้ว หลังจากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 86 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม2536 แล้ว ดังนั้นไม่ว่าอีเฟดรีนจะมีโครงสร้างทางเคมีอยู่ในรูปใดหรือวัตถุตำรับใด หากมีอีเฟดรีนผสมอยู่แล้วให้ถือว่าวัตถุตำรับนั้นเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518
จำเลยที่ 1 มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีถุงพลาสติกขนาดเล็กเพื่อไว้บรรจุแบ่งขายเป็นจำนวนมากเช่นกัน แสดงว่าจำเลยที่ 1 มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขายอันเป็นการขายตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.59 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายสมหวัง ศูนย์กลาง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กนก พรรณรักษา · พิมล สมานิตย์ · สมชัย สายเชื้อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายธีรวัฒน์ วิสุทธิภักดี · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวิบูลย์ สุนทรวิภาต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา