คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4795/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คโดยชอบ ย่อมมีสิทธิเรียกให้ผู้สั่งจ่ายหรือผู้รับอาวัลชำระหนี้ตามเช็คได้ แม้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมูลหนี้ที่นำมาสู่การสั่งจ่ายเช็คจะแตกต่างไปจากที่กล่าวอ้างในคำฟ้องบ้าง แต่หากยังคงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้ทรงเช็คโดยชอบ และการฟ้องนั้นมุ่งประสงค์ให้รับผิดตามเช็คเป็นสำคัญ ก็ไม่ทำให้คดีเสียไป
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาโดยมีมูลหนี้ที่ ป.จะต้องชำระให้แก่โจทก์จริง โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบ จำเลยในฐานะทายาท ป.ผู้สั่งจ่ายเช็คจึงต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์ แม้ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบว่า ป.สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายดังกล่าวจะแตกต่างไปจากคำฟ้องที่ระบุว่าสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าที่ดินไปบ้าง ก็เป็นเพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายละเอียดของมูลหนี้ที่นำมาสู่การสั่งจ่ายเช็คพิพาทเท่านั้น แต่ก็เป็นเหตุที่ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบเช่นเดียวกัน ทั้งโจทก์ก็ฟ้องโดยมุ่งประสงค์ให้จำเลยรับผิดตามเช็คที่ ป.เป็นผู้สั่งจ่ายเป็นสำคัญ มิได้มุ่งให้รับผิดในมูลหนี้ซื้อขายที่ดินโดยตรง จึงไม่ถึงกับทำให้คดีของโจทก์เสียไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมควร นัทธีวัฒนาพงษ์ · จำเลย - นางพิสมัย ชัยกิจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายเกรียงศักดิ์ โฆมานะสิน · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายกฤษณ์ ผือโย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา