⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4825/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4825/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่รัฐรอการพิจารณาของศาลก่อนมีมติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ไม่ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหากยังไม่มีเจตนาให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใด

ย่อคำพิพากษา

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดได้ประกาศรายชื่อโจทก์เป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามระเบียบแล้ว ต่อมาจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งปฏิรูปที่ดินจังหวัดเห็นว่าโจทก์ขาดคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงเสนอเรื่องให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาทบทวนมติเดิม คณะกรรมการมีมติให้รอการพิจารณาของศาลก่อนจึงจะมีมติต่อไป จำเลยจึงต้องรอฟังมติดังกล่าวทำให้ไม่สามารถมอบหนังสือรับมอบที่ดินให้โจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการมุ่งหมายเพื่อให้การปฏิรูปที่ดินดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอหนองฉาง และมีสิทธิได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน จำเลยในฐานะปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีเป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินและมอบหนังสือดังกล่าวให้ผู้ได้รับการคัดเลือกจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามโครงการปฏิรูปที่ดินป่าเขาบางแกรก-ทุ่งโพ เพื่อมอบให้โจทก์ และจำเลยกลับมีคำสั่งสอบสวนสิทธิในที่ดินของโจทก์ใหม่ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีมีมูลหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีพิจารณาแล้วมีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2529เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2529 อนุมัติให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีลงวันที่ 16 ตุลาคม 2529 เอกสารหมาย จ.9 จำเลยมีหน้าที่ต้องส่งมอบหนังสือรับมอบที่ดินให้โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศรายชื่อของโจทก์ ตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ. 2535 ตามเอกสารหมาย จ.10 ข้อ 5แต่จำเลยไม่ได้มอบหนังสือรับมอบที่ดินให้โจทก์ ถือได้ว่าจำเลยละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์นั้นได้ความจากตัวโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านทนายความจำเลยว่าเหตุที่จำเลยไม่ออกเอกสารดังกล่าวให้โจทก์เพราะจำเลยอ้างว่าโจทก์รวย นอกจากนี้ยังได้ความจากรายงานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี ครั้งที่ 3 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2536เรื่องที่ 4.7 เรื่องพิจารณาทบทวนมติ คปจ. (มติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี) ครั้งที่ 2/2529 รายของโจทก์จำเลยซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการเสนอว่าเจ้าหน้าที่ได้รายงานว่าโจทก์มีอาชีพค้าขายเป็นหลัก เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่ทำการค้าขาย การทำการเกษตรเป็นเพียงแสดงว่าเป็นเกษตรกรทำการเกษตรเหมือนเกษตรกรอื่น ๆ ทั่วไปโดยจ้างบุคคลอื่นดูแลแทนโจทก์ขาดคุณสมบัติ ขอให้ที่ประชุมพิจารณาให้โจทก์สิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน และตามรายงานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี ครั้งที่ 4/2536 วันที่ 6 กรกฎาคม2536 เรื่องที่ 4.11 เรื่องทบทวนมติ คปจ. ครั้งที่ 2/2529จำเลยซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการเสนอว่าจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จากคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพบว่าโจทก์มีอาชีพค้าขายทองคำและไม้อัดอยู่ในตลาดจังหวัดอุทัยธานี มีรายได้จากการค้าขายเป็นรายได้หลัก จึงขาดคุณสมบัติที่จะได้รับที่ดินจึงไม่ออกหนังสือรับมอบที่ดินให้ ขอให้ที่ประชุมพิจารณาตัดสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับสิทธิจากการปฏิรูปที่ดิน ที่ประชุมทั้ง 2 ครั้งมีมติให้รอผลการพิจารณาของศาลในคดีนี้รายงานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีทั้ง 2 ครั้ง ดังกล่าวโจทก์ได้ระบุพยานและขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกมาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีจัดส่งมาตามหมายเรียกของศาล แม้โจทก์จะมิได้อ้างส่งเอกสารดังกล่าวเป็นพยาน แต่ศาลฎีการับฟังเอกสารดังกล่าวโดยถือว่าเป็นพยานของศาลในการวินิจฉัยคดีได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีได้ประกาศรายชื่อเกษตรกรซึ่งรวมถึงโจทก์ผู้ได้รับคัดเลือกให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามระเบียบคณะกรรมการเกี่ยวกับการคัดเลือกเกษตรกรแล้วต่อมาจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีเห็นว่าโจทก์ขาดคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2525 จำเลยซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการจึงเสนอเรื่องของโจทก์ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานีทราบและพิจารณาทบทวนมติเดิม คณะกรรมการดังกล่าวได้รับเรื่องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้ว และมีมติให้รอการพิจารณาของศาลก่อนจึงจะมีมติในเรื่องนี้ต่อไป จำเลยจึงต้องรอฟังมติของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี ทำให้ไม่สามารถมอบหนังสือรับมอบที่ดินให้โจทก์ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าจำเลยมุ่งหมายเพื่อให้การปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรมดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 คดีไม่มีมูล" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4825/2539 นาย เสรี สิทธิ กรณ์ โจทก์ นาย บุญ ยก วง ษ์เรืองโรจน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เสรี สิทธิ กรณ์ · จำเลย - นาย บุญ ยก วง ษ์เรืองโรจน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 313/2526ฎีกา 605/2511ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 1680/2532ฎีกา 7281/2537ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา