คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4828/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายนัดโดยวิธีอื่นแทนการส่งหมายแก่จำเลยโดยวิธีธรรมดาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จะกระทำได้ต่อเมื่อไม่สามารถส่งหมายโดยวิธีธรรมดาได้แล้วเท่านั้น หากยังสามารถส่งหมายโดยวิธีธรรมดาได้ การส่งหมายโดยวิธีอื่นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การส่งหมายนัดโดยวิธีอื่นแทนการส่งหมายแก่จำเลยโดยวิธีธรรมดาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา79นั้นต้องเป็นกรณีที่ไม่สามารถส่งหมายโดยวิธีธรรมดาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา74ถึง78แล้วถ้ายังสามารถส่งโดยวิธีธรรมดาได้การส่งหมายโดยใช้วิธีอื่นตามมาตรา79ย่อมเป็นการไม่ชอบดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นปิดประกาศแจ้งนัดฟังคำพิพากษาที่หน้าศาลโดยมิได้ดำเนินการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาก่อนจะถือว่าจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาแล้วยังไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาครั้งแรกวันที่ 9 ธันวาคม 2537 โจทก์และจำเลยทราบนัดโดยชอบตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2537 เมื่อถึงวันนัด ฝ่ายโจทก์มาศาล ฝ่ายจำเลยไม่มาโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องประกอบกับศาลชั้นต้นได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาเนื่องจากเรียงคำพิพากษายังไม่เสร็จรวม5 ครั้ง ครั้นวันที่ 21 เมษายน 2538 ศาลชั้นต้นจึงได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย เหตุของการเลื่อนแต่ละครั้งเพราะยังเรียงคำพิพากษาไม่เสร็จและศาลชั้นต้นได้ใช้วิธีประกาศแจ้งวันนัดให้จำเลยทราบแต่ละครั้งโดยปิดประกาศที่หน้าศาล
ต่อมาวันที่ 30 พฤษภาคม 2538 จำเลยได้ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นใหม่โดยอ้างว่าจำเลยยังไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าศาลประกาศแจ้งวันนัดโดยชอบทุกครั้งที่มีการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาโดยชอบแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง
จำเลย อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลย ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2537 ซึ่งเป็นวันนัดเดินเผชิญสืบ ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 9 ธันวาคม 2537 จำเลยและทนายจำเลยลงชื่อทราบวันนัดแล้ว ครั้นถึงวันนัดจำเลยและทนายจำเลยไม่มาฟังคำพิพากษาและศาลได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปหลายครั้งเนื่องจากยังเรียงคำพิพากษาไม่เสร็จ แต่ละครั้งได้ปิดประกาศแจ้งวันนัดให้จำเลยทราบที่หน้าศาล เห็นว่า การส่งหมายนัดโดยวิธีอื่นแทนการส่งหมายให้แก่จำเลยโดยวิธีธรรมดา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 นั้น ต้องเป็นกรณีที่ไม่สามารถส่งหมายโดยวิธีธรรมดาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 74 ถึง 78 แล้ว ถ้ายังสามารถส่งโดยวิธีธรรมดาได้ การส่งหมายโดยใช้วิธีอื่นตามมาตรา 79 ย่อมเป็นการไม่ชอบ ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นปิดประกาศที่หน้าศาลโดยไม่ได้ดำเนินการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาก่อน จะถือว่าจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาแล้วยังไม่ได้ ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"
พิพากษากลับ ให้ ศาลชั้นต้น ดำเนินการ ส่งหมาย นัดฟัง คำพิพากษาให้ จำเลย ใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4828/2539
นาง ชูศรี ปัจจักขภัติ โจทก์
นาง แป้นหรืออารี ปล้องบรรจง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง ชูศรี ปัจจักขภัติ · จำเลย - นาง แป้นหรืออารี ปล้องบรรจง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์พล · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ