⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5713/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5713/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลประทับฟ้องคดีอาญาที่มีคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกันมาด้วยแล้ว การให้การต่อสู้คดีส่วนแพ่งต้องชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง หากจำเลยเพียงให้การปฏิเสธลอยๆ ในคดีส่วนแพ่ง จะถือว่าไม่มีประเด็นข้อพิพาทในคดีส่วนแพ่งนั้น และต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคแรก

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาซึ่งมีคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญารวมมาด้วยแล้วมีคำสั่งให้รับประทับฟ้องแสดงว่าเป็นการสั่งให้รับฟ้องคดีส่วนอาญาและคดีส่วนแพ่งด้วยหากจำเลยจะต่อสู้คดีส่วนแพ่งต้องให้การต่อสู้พร้อมกับคำให้การต่อสู้คดีส่วนอาญาโดยคำให้การในคดีส่วนแพ่งนั้นต้องชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา177วรรคสองเมื่อจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีส่วนอาญาและคดีส่วนแพ่งรวมกันมาว่าจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทั้งสิ้นเท่านั้นถือว่าคำให้การในส่วนแพ่งจำเลยทั้งสองคงเพียงให้การปฏิเสธลอยๆจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาทและจำเลยทั้งสองซื้อรถยนต์พิพาทมาโดยสุจริตในท้องตลาดตามที่จำเลยทั้งสองยกขึ้นอุทธรณ์แต่อย่างใดคดีส่วนแพ่งของจำเลยทั้งสองจึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา225วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน 6ง-7260 กรุงเทพมหานคร โดยซื้อมาในราคา 190,000 บาทแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงชื่อจากเจ้าของเดิมเป็นชื่อโจทก์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2535 เวลากลางวันนายสุทธิพงศ์ สถาพรวรศักดิ์ หลอกลวงโจทก์ว่าจะไปดำเนินการจดทะเบียนโอนชื่อเป็นของโจทก์ โจทก์หลงเชื่อมอบรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการโอนให้ไป วันเดียวกันนั้น นายสุทธิพงศ์กลับนำรถยนต์โจทก์ไปขายให้แก่จำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองรับซื้อรถยนต์โจทก์ไว้เพื่อค้ากำไรและทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,357 กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน6ง-7260 กรุงเทพมหานคร แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากไม่สามารถคืนได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 190,000 บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธคดีส่วนอาญา แต่คดีส่วนแพ่งมิได้ให้การ ศาลชั้นต้นฟังว่า รถยนต์พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยทั้งสองรับซื้อไว้โดยไม่รู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำความผิดตามกฎหมายจำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจร ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองคืนรถยนต์หรือใช้ราคาแทนในคดีส่วนแพ่งนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองมิได้แสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยทั้งสองรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้นและแม้ฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองซื้อรถยนต์พิพาทที่บริเวณซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายรถยนต์ก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการซื้อในท้องตลาด จำเลยทั้งสองต้องคืนรถยนต์แก่โจทก์หรือใช้ราคาแทนพิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญา คดีส่วนแพ่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถยนต์พิพาทหากไม่สามารถคืนได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 190,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เฉพาะคดีส่วนแพ่งว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาทและจำเลยทั้งสองซื้อรถยนต์พิพาทมาโดยสุจริตในท้องตลาดจำเลยทั้งสองไม่ต้องร่วมกันคืนหรือใช้ราคารถยนต์พิพาทแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า"มีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อกฎหมายตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคแรก หรือไม่นั้นเห็นว่า คดีนี้เป็นการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้รับประทับฟ้องแล้วนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าเป็นการสั่งให้รับฟ้องคดีส่วนอาญาและคดีส่วนแพ่งด้วยซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติเกี่ยวกับการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามมาตรา 40 ไว้ว่า "การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง "จากบทกฎหมายดังที่บัญญัติมานั้น วัตถุประสงค์ของกฎหมายได้ระบุไว้ชัดว่า หากจำเลยมีวัตถุประสงค์ที่จะต่อสู้คดีส่วนแพ่งด้วยนั้น จำเลยจะต้องให้การต่อสู้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้บัญญัติไว้พร้อมกับคำให้การต่อสู้คดีส่วนอาญาด้วยกัน โดยคำให้การในคดีส่วนแพ่งนั้นจำเลยจะต้องให้การตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ได้บัญญัติไว้โดยรวมว่า "ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น" ในคดีนี้คำให้การของจำเลยทั้งสองได้ให้การต่อสู้คำฟ้องโจทก์ในคดีส่วนอาญาและคดีส่วนแพ่งรวมกันมาว่า จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทั้งสิ้นเท่านั้น จึงเห็นได้ว่า คำให้การของจำเลยทั้งสองในคดีส่วนแพ่งจำเลยทั้งสองคงเพียงให้การปฏิเสธลอย ๆหาได้โต้แย้งข้อเท็จจริงฟ้องของโจทก์ในคดีส่วนแพ่งซึ่งจำเลยทั้งสองจะต้องให้การมาโดยแจ้งชัดด้วยว่า จำเลยทั้งสองยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้นดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสองดังกล่าวมาแล้วได้บัญญัติให้ต้องระบุมาในคำให้การด้วยแต่ประการใดฉะนั้นจากคำให้การของจำเลยทั้งสองดังที่ให้การในคดีส่วนอาญาและคดีส่วนแพ่งรวมกันมาตามที่โจทก์ฟ้องมาในคดีนี้ เฉพาะในคดีส่วนแพ่งที่จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธมานั้นเห็นได้ชัดว่าไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่ได้มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้นด้วยแต่ประการใด ดังนั้นในคดีส่วนแพ่งของจำเลยทั้งสองจึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคแรกที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5713/2539 นาย สมศักดิ์ นิจดลฤดี โจทก์ นางสาว สายสุนีย์ สร้างวัฒนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สมศักดิ์ นิจดลฤดี · จำเลย - นางสาว สายสุนีย์ สร้างวัฒนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 312/2534ฎีกา 2290/2535ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1928/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 99/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ