⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 660/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ที่เกิดจากการไม่ชำระเงินตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ครบถ้วนตามกำหนด จะต้องมีการชำระเงินหรือหาประกันให้ครบถ้วนตามกฎหมาย มิฉะนั้นศาลอุทธรณ์ชอบที่จะยกคำร้องได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลให้ครบถ้วนตามเวลาที่กำหนดและการที่โจทก์ยึดถือโฉนดที่ดินของจำเลยไว้นั้นก็มิใช่เป็นการหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องให้ไม่เกิน 11,156 บาท ตามที่โจทก์ขอกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 1,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจการฟังข้อเท็จจริงว่าสัญญากู้ปลอมหรือไม่ เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ให้ส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดจึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าโจทก์ยึดถือโฉนดที่ดินของจำเลยไว้ อีกทั้งจำเลยนำเงินมาวางไว้เป็นประกันจำนวน 10,000 บาท แล้ว จึงไม่จำต้องวางเงินหรือหลักประกันเพิ่ม การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยชอบหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 บัญญัติว่า "ถ้าศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลนั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง" การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลให้ครบถ้วนตามเวลาที่กำหนด และการที่โจทก์ยึดถือโฉนดที่ดินของจำเลยไว้นั้นก็มิใช่เป็นการหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ศาลอุทธรณ์ภาค 1ชอบที่จะยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยได้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2539 นาง สม จิต ร สนิท บุรุษ โจทก์ นาง ล้วน ปราสัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สม จิต ร สนิท บุรุษ · จำเลย - นาง ล้วน ปราสัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1022/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3830/2524ฎีกา 8086/2543ฎีกา 4802/2548ฎีกา 8909/2544ฎีกา 946/2550ฎีกา 1520/2548ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 4527/2539ฎีกา 1369/2513ฎีกา 7651/2555ฎีกา 6000/2534ฎีกา 1413/2533ฎีกา 8584/2553ฎีกา 1404/2498ฎีกา 3810/2545ฎีกา 7138/2541ฎีกา 42/2509ฎีกา 5786/2534ฎีกา 9195/2547ฎีกา 10431/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา