⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7651/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7651/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวางหลักประกันตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในศาล ย่อมผูกพันผู้ค้ำประกันและทรัพย์สินที่วางไว้จนกว่าจะมีการชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นเสร็จสิ้น.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องทำหนังสือค้ำประกันไว้ในศาลระบุว่า ผู้ร้องขอเข้าทำสัญญาเป็นผู้ค้ำประกันในศาล สำหรับจำเลยเพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนจนครบ และนำหลักทรัพย์โฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) เลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 มาวางเป็นหลักประกัน หากจำเลยไม่ชำระ ผู้ร้องยินยอมให้บังคับแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนี้ ย่อมใช้บังคับแก่การประกันโดยไม่ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันขึ้นใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 274 แม้หนังสือค้ำประกันจะเป็นการค้ำประกันในชั้นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และมีข้อความระบุทำนองว่า เพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนในศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยคิดถึงวันฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่ในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอถือเอาหลักประกันเพื่อใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย และศาลฎีกามีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 จะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ถือเอาหลักประกันในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์มาเป็นหลักประกันในชั้นนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะยกคำร้อง ก็พอถือได้ว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นนี้แล้ว ศาลฎีการับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ย่อมเท่ากับว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นฎีกาด้วย เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว คดีถึงที่สุดปรากฏว่าจำเลยยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนแก่โจทก์ ผู้ร้องก็ไม่อาจขอรับโฉนดที่ดินอันเป็นหลักประกันคืนจากศาลได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.274

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบรถตักล้อยางยี่ห้อแคตเตอร์พิลลาร์ รุ่น 916 หมายเลขตัวถัง 5 เคซี - 01570 แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 1,100,000 บาท และให้จำเลยชำระเงิน 240,000 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาแทน แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันฟ้อง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่วางเงินหรือหาหลักประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โดยผู้ร้องนำโฉนดที่ดิน เลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ 17 ไร่เศษ วางเป็นหลักประกันค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและทำหนังสือค้ำประกันไว้ต่อศาล ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอถือเอาหลักประกันในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์เป็นหลักประกันในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ไม่ต้องวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและเงินต้องชำระตามคำพิพากษา ให้ยกคำร้องขอถือเอาหลักประกันในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักประกันในชั้นฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ต้องวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษา แต่พอถือได้ว่าจำเลยวางหลักประกันในชั้นฎีกาแล้ว และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลฎีกามีคำสั่งและคดีถึงที่สุดแล้ว จึงขอรับโฉนดที่ดินเลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาคืนไปจากศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยชำระเงินและค่าเสียหายตามคำพิพากษาผู้ร้องจึงไม่อาจรับคืนหลักประกัน ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอรับหลักประกันคืนจากศาลหรือไม่ เห็นว่า เมื่อผู้ร้องทำหนังสือค้ำประกันไว้ในศาลและในหนังสือค้ำประกันระบุว่า ผู้ร้องขอเข้าทำสัญญาเป็นผู้ค้ำประกันในศาลสำหรับจำเลยเพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนจนครบถ้วน และได้นำหลักทรัพย์โฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) เลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาวางเป็นหลักประกัน หากจำเลยไม่ชำระ ผู้ร้องยินยอมให้บังคับแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน ดังนี้ คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนี้ ย่อมใช้บังคับแก่การประกันได้โดยไม่ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 แม้หนังสือค้ำประกันจะเป็นการค้ำประกันในชั้นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และมีข้อความระบุทำนองว่า เพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนในศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยคิดถึงวันฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่ในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถือเอาหลักประกันเพื่อใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยและศาลฎีกามีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 จะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ถือเอาหลักประกันในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์มาเป็นหลักประกันในชั้นนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะยกคำร้อง แต่ก็พอถือได้ว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นนี้แล้ว ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ดังนี้ ย่อมเท่ากับว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นฎีกาด้วย เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วและคดีถึงที่สุด และปรากฏว่าจำเลยยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนแก่โจทก์จนครบถ้วน ผู้ร้องไม่อาจมาขอรับโฉนดที่ดินอันเป็นหลักประกันคืนไปจากศาลได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7651/2555 นางวัชรี ลิ้มศรีมณีรัตน์ โจทก์ นายสุรชัย วิงเจริญ ผู้ร้อง นายวัฒนา จิ่นจันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวัชรี ลิ้มศรีมณีรัตน์ · ผู้ร้อง - นายสุรชัย วิงเจริญ · จำเลย - นายวัฒนา จิ่นจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปดารณี ลัดพลี · วิรุฬห์ แสงเทียน · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบึงกาฬ - นางสาวรังสิมา ลีธชนันท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายพงษ์รัตน์ เครือกลิ่น
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.344/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 367/2568ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1022/2551ฎีกา 272/2490ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา