คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6806/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะนำโทษในคดีก่อนที่รอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษของจำเลยในคดีใหม่ได้นั้น จำเลยต้องให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีก่อน หรือโจทก์ต้องนำสืบพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การแต่เพียงว่าจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหาโดยจำเลยมิได้ให้การรับว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ทั้งโจทก์ก็มิได้นำสืบหรือแสดงหลักฐานในเรื่องดังกล่าวให้รับฟังเป็นความจริงได้ จึงไม่อาจนำโทษในคดีก่อนที่รอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษของจำเลยในคดีนี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายคำภา บัวนาค |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สันติ ทักราล · อุดม มั่งมีดี · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายวิโรจน์ สัพพัญญูวิทย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา