คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 774/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องสอดโดยสมัครใจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) จะรับฟังได้เมื่อผู้ร้องสอดมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี และเห็นว่าการเข้าร่วมในคดีเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิของตน.
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดที่ดินบางส่วนโดยการครอบครองปรปักษ์ แต่โฉนดที่ดินดังกล่าวมีชื่อผู้ร้องสอดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทั้งแปลง ผู้ร้องสอดจึงมีส่วนได้เสียในคดีนี้ ดังนั้น การที่ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ซึ่งยังอยู่ในระหว่างพิจารณาโดยอ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินในโฉนดที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการร้องสอดด้วยความสมัครใจเองเพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) ศาลชั้นต้นชอบที่จะรับคำร้องสอดของผู้ร้องสอดไว้เพื่อวินิจฉัยถึงข้อโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องสอดให้ตามรูปคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - พระกรอง ดอกตาลยง · ผู้ร้องสอด - นางลำพึง มากเทพพงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล รางชางกูร · อร่าม หุตางกูร · สมพล สัตยาอภิธาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายนิพนธ์ บุญมา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา