⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1163/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดีของคดีเดิม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเป็นคดีใหม่เพื่อขอให้เพิกถอนการบังคับคดีนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินของโจทก์ เพิกถอนหรือยกเลิกการขายทอดตลาดกับเพิกถอนคำสั่งและหมายเรียกของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งซึ่งถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า ในคดีดังกล่าวศาลพิพากษาให้โจทก์แบ่งแยกที่ดินของโจทก์ให้จำเลยตามส่วนที่ได้รับตามคำพิพากษา แต่มิได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวของโจทก์การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินมาขายทอดตลาดจึงเป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ เป็นคำฟ้องที่โต้แย้งเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดีในคดีดังกล่าวโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 152ซึ่งได้มาโดยการยกให้จากนางเสริม สมานบุตร ต่อมาจำเลยได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 770/2527ของศาลชั้นต้นไปยึดที่ดินแปลงดังกล่าวแล้วนำออกขายทอดตลาดอันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินและละเมิดสิทธิของโจทก์เพราะโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวมาโดยชอบและยังมิได้ถูกเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียน คำพิพากษาในคดีดังกล่าวพิพากษาให้โจทก์แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 152 ให้จำเลยตามส่วนที่ได้รับตามคำพิพากษา แต่ไม่ได้มีคำพิพากษาเพิกถอนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวของโจทก์ จึงไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่โจทก์ได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนการยึดเพิกถอนหรือยกเลิกการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว เพิกถอนคำสั่งและหมายเรียกของศาลชั้นต้น ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องหรือรบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์อีกต่อไป และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 250,000 บาท และอีกเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะหยุดรบกวนสิทธิของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินของโจทก์ เพิกถอนหรือยกเลิกการขายทอดตลาดกับเพิกถอนคำสั่งและหมายเรียกของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 770/2527ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า ในคดีดังกล่าวศาลพิพากษาให้โจทก์แบ่งแยกที่ดินของโจทก์ให้จำเลยตามส่วนที่ได้รับตามคำพิพากษา แต่มิได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวของโจทก์ การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินมาขายทอดตลาดจึงเป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์นั้น เห็นได้ว่าเป็นคำฟ้องที่โต้แย้งเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี ดังนั้นโจทก์จะอ้างว่าจำเลยไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินดังกล่าวของโจทก์ และโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอาศัยสิทธิที่โจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 หาได้ไม่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับคำฟ้องของโจทก์ชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2540 นาง สุมล วังธะ พันธุ์ โจทก์ นาง อัจฉรา สมาน บุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุมล วังธะ พันธุ์ · จำเลย - นาง อัจฉรา สมาน บุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สิงหลกะ · อำนวย หมวดเมือง · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 2573/2552ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 6968/2537ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา