⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1640/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1640/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ที่ยังมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่มีการส่งมอบการครอบครองที่ดินอันเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาบางส่วนแล้ว ถือว่ามีผลบังคับได้เช่นเดียวกับสัญญาจะซื้อจะขายสังหาริมทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยนำที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของจำเลยไปแลกเปลี่ยนกับที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของโจทก์โดยโจทก์จำเลยตกลงจะไปจดทะเบียนโอนสิทธิในภายหลัง ดังนี้ แม้การแลกเปลี่ยนที่ดินพิพาทยังมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่จำเลยส่งมอบที่ดินให้โจทก์ครอบครอง อันเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาบางส่วนแล้ว สัญญาแลกเปลี่ยนจึงบังคับได้เช่นเดียวกับสัญญาจะขายหรือจะซื้อสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456วรรคสอง ไม่เป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.519

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงนำที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4008 ซึ่งเป็นของจำเลยแลกเปลี่ยนกับที่ดินของโจทก์ มีเนื้อที่และราคาเท่ากัน โจทก์จำเลยตกลงสละสิทธิครอบครองให้แก่กันและกันแล้ว และจะไปจดทะเบียนโอนสิทธิในภายหลัง โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทด้วยเจตนายึดถือเป็นเจ้าของเป็นเวลาประมาณ 10 ปี แล้ว ไม่มีจำเลยหรือผู้ใดเข้ารบกวนหรือขัดขวางการครอบครองของโจทก์ ส่วนจำเลยเข้าครอบครองทำนาข้าวในที่ดินของโจทก์ตลอดมาเช่นกัน โดยยังไม่ได้จดทะเบียนโอนสิทธิให้แก่กันจนบัดนี้ โจทก์ติดต่อให้จำเลยไปจดทะเบียนนิติกรรมโอนสิทธิในที่ดินพิพาทแก่โจทก์และโจทก์จะโอนที่ดินของโจทก์แก่จำเลยพร้อมกันไปตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนเดิมแต่จำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนให้โจทก์กลับเข้าขัดขวางมิให้โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาท ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ และห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ให้จำเลยไปจดทะเบียนนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทตามหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4008 ให้แก่โจทก์ และให้จำเลยรับโอนที่ดินจากโจทก์ด้วยหากจำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนางแวแซมะ แวหะยี มารดาจำเลยครอบครองเกิน 10 ปี แล้ว เมื่อมารดาจำเลยถึงแก่กรรมจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมา ไม่เคยตกลงเปลี่ยนที่ดินพิพาทกับโจทก์ และไม่เคยสละสิทธิให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับว่า ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4008 หมู่ที่ 2 ตำบลประจัน อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาได้เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยตกลงนำที่ดินพิพาทเนื้อที่ประมาณ1 ไร่ ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4008 เอกสารหมาย ล.1 แลกเปลี่ยนกับที่ดินของโจทก์ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เอกสารหมายจ.1 และตกลงจะไปจดทะเบียนโอนสิทธิในภายหลังหลังจากตกลงแลกเปลี่ยนกันแล้วจำเลยส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ครอบครองตลอดมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปี โดยมิได้จดทะเบียนโอนสิทธิแก่โจทก์ คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินพิพาทเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า การแลกเปลี่ยนนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 519 บัญญัติว่า บทบัญญัติทั้งหลายในลักษณะซื้อขายนั้นท่านให้ใช้ถึงการแลกเปลี่ยนด้วย ดังนี้ แม้การแลกเปลี่ยนที่ดินพิพาทยังมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่จำเลยส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ครอบครองตลอดมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปี อันเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาบางส่วนแล้วสัญญาแลกเปลี่ยนดังกล่าวจึงบังคับได้เช่นเดียวกับสัญญาจะขายหรือจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง หาเป็นโมฆะไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1640/2540 นาย แวสะมาแอ แวหะยี โจทก์ นาย นิเฮง แวหะยี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย แวสะมาแอ แวหะยี · จำเลย - นาย นิเฮง แวหะยี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศาล พิริยะสถิต · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2257/2521ฎีกา 4179/2539ฎีกา 78-85/2496ฎีกา 523/2497ฎีกา 1510/2552ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1434/2495ฎีกา 740/2493ฎีกา 6939/2552ฎีกา 1216/2538ฎีกา 2946/2549ฎีกา 6592/2537ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1008/2496ฎีกา 5564/2537ฎีกา 288/2503ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 280/2536ฎีกา 2971/2543ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 320/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา