คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2206/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลต้องอยู่ภายในกรอบคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ หากศาลวินิจฉัยในประเด็นที่โจทก์มิได้ยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างในฟ้อง ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอ
ย่อคำพิพากษา
ประเด็นแห่งคดีของโจทก์ที่ต้องการให้ศาลตัดสินตามข้อเท็จจริงในคำฟ้องที่บรรยายไว้เป็นข้ออ้างในฟ้องเป็นเรื่องให้ศาลวินิจฉัยในเรื่องภาระจำยอมเท่านั้น โดยที่ในคำฟ้องของโจทก์ทั้งเก้ามิได้บรรยายเรื่องทางจำเป็นไว้ คงบรรยายแต่เพียงเรื่องที่ดินมีอาณาเขตติดต่อกันแล้วใช้ทางเดินในที่ดินจำเลยที่ใช้เดินมาตั้งแต่เจ้าของเดิม แล้วจำเลยเอาเสาปูนมาปักปิดกั้นโดยเจตนากลั่นแกล้งปิดกั้นทางเดินของโจทก์เท่านั้น ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเป็นทางจำเป็นด้วยนั้น ผลของคดีจึงเกินคำขอและทำให้ผู้มีสิทธิจะผ่านต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่จำเลยเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่มีทางผ่านนั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 1349 วรรคท้ายด้วย จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายลมัย เจริญชนม์ กับพวก · จำเลย - นายชูศักดิ์หรือพลศักดิ์ มณีรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธีระจิต ไชยาคำ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สถิตย์ สิทธิลักษณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสมบูรณ์ วัฒนพรมงคล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายชวลิต ตุลยสิงห์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา