คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2815/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงตามท้องสำนวนรับฟังได้ตามคำรับของจำเลยว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่ายได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์อ้างสัญญากู้ยืมเงินโดยไม่เสียค่าอ้างเอกสาร จึงไม่อาจรับฟังสัญญากู้เป็นพยานโจทก์ได้ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์มิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าอ้างเอกสารแต่อย่างใด ขอให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณารับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาและพิพากษาต่อไปด้วยนั้น ตามอุทธรณ์ของโจทก์พอเข้าใจความหมายได้ว่าโจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนของศาลชั้นต้น และเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามท้องสำนวนรับฟังได้ตามคำรับของจำเลยทั้งสองว่าจำเลยทั้งสองกู้เงินโจทก์ไป ทั้งศาลชั้นต้นจะต้องพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามคำรับดังกล่าวแล้ว กรณีเช่นนี้ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่ายตามข้อเท็จจริงที่รับกันและปรากฏอยู่ในสำนวนคดีนี้ได้ หาใช่เป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางนงเยาว์ เพชรอำไพ · จำเลย - นายวิชยะ อินทโสตถิ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สัญชัย สิงหลกะ · อำนวย หมวดเมือง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสบเกียรติ วัฒนถาวร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นางชุติมา จงสงวน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา