⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3243/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3243/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ไม่ใช่เอกสารที่โจทก์ต้องแนบมาพร้อมกับคำฟ้อง 2. ทายาทมีหน้าที่ชำระหนี้ของเจ้ามรดกตามกำหนดเวลาที่กำหนดไว้แน่นอนแล้ว เมื่อถึงกำหนดชำระ หากไม่ชำระ เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องบังคับได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวทวงถาม

ย่อคำพิพากษา

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่เป็นเอกสารที่โจทก์ต้องแนบมาพร้อมกับคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ม. ยอมรับสภาพหนี้และตกลงจะชำระหนี้แก่โจทก์โดยกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอนแล้ว เมื่อ ม. ถึงแก่กรรมลง มรดกของ ม. ซึ่งรวมทั้งสิทธิและหน้าที่ในอันที่ต้องชำระหนี้ต่อโจทก์ย่อมตกทอดแก่จำเลยในฐานะทายาทที่จะต้องชำระหนี้ของ ม. ตามกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย เมื่อไม่ชำระโจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวทวงถามก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทโดยธรรมของนายมงคล นพมาลัย นายมงคลทำหนังสือรับสภาพหนี้แก่โจทก์ว่าเป็นหนี้ค่าไม้แปรรูปและจะชำระเงิน 274,491 บาท แก่โจทก์ภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2536 ต่อมานายมงคลถึงแก่กรรมโดยยังไม่ชำระเงินให้โจทก์ โจทก์จึงมอบอำนาจให้นายวิธันย์ อำไพรัตนา ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ โจทก์คิดดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 10,293 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 284,784 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 274,491 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นายวิธันย์ฟ้องคดีนี้เพราะไม่มีหนังสือมอบอำนาจมาแสดง จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ทั้งหนังสือรับสภาพหนี้มิได้มีกรรมการของโจทก์ลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทโจทก์และมิได้มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าหนี้ นายมงคลถึงแก่กรรมก่อนถึงกำหนดเวลาชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยไม่ทราบว่านายมงคลมีมูลหนี้กับผู้ใดบ้าง โจทก์ไม่เคยมีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ 274,491 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่ทั้งนี้ให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์เพียงไม่เกินทรัพย์มรดกที่จำเลยได้รับจากกองมรดกของนายมงคล นพมาลัย ผู้ตาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2536 จนถึงวันฟ้อง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายวิธันย์ อำไพรัตนา ดำเนินคดีแทนหรือไม่ ข้อนี้โจทก์มีนายวิธันย์เบิกความว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายวิธันย์ดำเนินคดีแทนตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวลงวันที่ 15 มิถุนายน 2536 ก่อนวันฟ้องคดีนี้โดยจำเลยไม่ได้นำสืบหักล้างให้ฟังได้เป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายวิธันย์ดำเนินคดีนี้แทน ตามหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจริง ส่วนที่จำเลยฎีกาอีกว่า โจทก์ไม่ได้ส่งหนังสือมอบอำนาจมาพร้อมกับคำฟ้องเป็นการไม่ชอบด้วยนั้น เห็นว่า ไม่มีกฎหมายบังคับว่า หนังสือมอบอำนาจเป็นเอกสารที่โจทก์ต้องแนบมาพร้อมกับคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ดังนี้ แม้โจทก์มิได้แนบหนังสือมอบอำนาจมาพร้อมคำฟ้อง แต่ได้นำสืบในชั้นพิจารณาซึ่งรับฟังได้ว่าโจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายวิธันย์ดำเนินคดีแทนดังกล่าวข้างต้นแล้ว นายวิธันย์จึงมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ได้โดยชอบ...... มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายว่า โจทก์จำเป็นต้องบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ก่อนหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า นายมงคลถึงแก่กรรมลงเสียก่อนครบกำหนดชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งมิใช่ความผิดของลูกหนี้ โจทก์จึงต้องบอกกล่าวให้จำเลยในฐานะทายาทนายมงคลชำระหนี้ก่อนเพราะจำเลยไม่ทราบกำหนดชำระหนี้ดังกล่าว เมื่อโจทก์ไม่ได้บอกกล่าวทวงถามจำเลยก่อนจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย เห็นว่า นายมงคลยอมรับสภาพหนี้และตกลงจะชำระหนี้แก่โจทก์โดยกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอนแล้ว เมื่อนายมงคลถึงแก่กรรมลงมรดกของนายมงคลซึ่งรวมทั้งสิทธิและหน้าที่ในอันที่ต้องชำระหนี้ต่อโจทก์ย่อมตกทอดแก่จำเลย จำเลยในฐานะทายาทต้องชำระหนี้ของนายมงคลตามกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย เมื่อไม่ชำระโจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวทวงถามก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3243/2540 บริษัท เค.ที.ซี. เชียงใหม่ จำกัด โจทก์ นางสาว เสาวณี นพมาลัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เค.ที.ซี. เชียงใหม่ จำกัด · จำเลย - นางสาว เสาวณี นพมาลัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ คำอ่อน · ชวลิต ศรีสง่า · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา