คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4065/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว หากผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมประสงค์จะถอนคำร้องทุกข์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง จำเลยไม่ค้าน คดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด ดังนั้น เมื่อปรากฏตามคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมและจำเลยสามารถตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมจนพอใจแล้ว โจทก์ร่วมจึงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีนี้แก่จำเลยอีกต่อไป ตามพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลยและประสงค์จะขอถอนคำร้องทุกข์นั่นเอง แต่โจทก์ร่วมใช้ข้อความผิดไปเป็นถอนฟ้องเพราะคดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ส่วนผู้เสียหายเป็นเพียงโจทก์ร่วม สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ.มาตรา 39 (2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงเชียงใหม่ · โจทก์ร่วม - นายสิงห์ชัย หนุนนำสิริสวัสดิ์ · จำเลย - นางทองสิน เลิศพฤกษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ดุสิต เพชรปลูก · เหล็ก ไทรวิจิตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงเชียงใหม่ - นางสาวยุภา พรหมดวง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจรัญ สิรันทวิเนติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา