คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5278/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน เป็นความผิดสำเร็จแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าเด็กหญิงจะยินยอมหรือไม่ยินยอม และการกระทำที่ต่อเนื่องกันจากเจตนาเดิม แม้จะมีทั้งกรรมที่ผู้เสียหายยินยอมและไม่ยินยอม ก็ถือเป็นกรรมเดียว.
ย่อคำพิพากษา
การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 277 วรรคแรกคือผู้ใดกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าการกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีนั้นเด็กหญิงจะยินยอมหรือไม่ยินยอม เมื่อจำเลยมีเจตนาข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายและจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นประจำตลอดมา โดยข่มขืนกระทำชำเราทุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน รวม 5 ครั้ง แม้จะมีทั้งกรรมที่ผู้เสียหายไม่ยินยอมและกรรมที่ผู้เสียหายยินยอม แต่ก็เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันจากเจตนาเดิมนั่นเองการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว หาใช่เป็นความผิด 2 กรรม ต่างกรรมกันตามการกระทำที่ผู้เสียหายยินยอมและไม่ยินยอมไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี · จำเลย - นายอดุลย์ แก้วกระจาย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ดุสิต เพชรปลูก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายยงยศ คุปตะวาทิน · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา