คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอให้ทรัพย์สินของตนคืนจากผู้ที่ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ เป็นการใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาให้เจ้าของทรัพย์ใช้สิทธิ เว้นแต่จะถูกจำกัดด้วยอายุความได้สิทธิ ส่วนการฟ้องเรียกเงินคืนจากการรับเงินไปแล้วผิดสัญญา เป็นการฟ้องเรียกเงินคืนตามสัญญาที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีการค้าที่โจทก์มอบให้ไปชำระแก่กรมสรรพากรแทน แต่จำเลยไม่นำไปชำระ เป็นการฟ้องเพื่อใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์ของโจทก์คืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิยึดถือทรัพย์ของโจทก์ไว้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาให้เจ้าของทรัพย์ใช้สิทธิเช่นนี้ เว้นแต่จะถูกจำกัดด้วยอายุความได้สิทธิ ส่วนเงินค่าจ้างที่โจทก์ฟ้องเรียกคืนนั้น เป็นการฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยที่รับเงินไปจากโจทก์แล้วผิดสัญญาไม่กระทำการที่จ้าง มิใช่ฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิด กรณีนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงใช้อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/30
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดวราภักดิ์เอ็นจิเนียริ่ง · ดีไซน์ - แอนด์ · จำเลย - นายพัฒนพงศ์ สัตย์สิทตพงษ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ณรงค์ ตันติเตมิท · บุญธรรม อยู่พุก · ปรีชา บูรณะไทย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นางสาวสุมาณี ทองภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพรรณ มากแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา