⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5895/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5895/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาวะจิตใจที่ป่วยแต่ยังสามารถรู้สึกผิดชอบหรือบังคับตนเองได้อยู่บ้าง ไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นโทษตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีอาการป่วยทางจิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถยนต์คว่ำ จำเลยเคยไปรักษาที่โรงพยาบาลติดต่อกันนานประมาณ 7 ปี แต่ก่อนเกิดเหตุจำเลยยังรับราชการที่แผนกการเงินกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดได้ตามปกติแสดงว่าบางขณะจำเลยมีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย บางขณะก็เป็นปกติ คืนเกิดเหตุ จำเลยเคาะประตูเรียก ป. และโวยวายให้คนช่วยหาคนที่เอามดแดงไปใส่ในรองเท้าจำเลยและทำลายข้าวของในห้องพักของ จำเลยเมื่อจำเลยไปค้นห้องพักผู้ตายพบมีดและปืนของผู้ตาย จำเลยหยิบมีดและปืนออกจากห้องและเดินตามหาผู้ตายเมื่อพบผู้ตายจำเลยพูดว่า "เฮ้ย มึงว่ากูกล้ายิงไหม" แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงทันที นอกจากนี้หลังเกิดเหตุจำเลยได้พูดกับ ป. ว่า"เป็นไง เพื่อน มึงวิ่งหนีกูทำไม" พฤติการณ์ของจำเลยก่อนและหลังกระทำความผิดเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าภาวะจิตใจของจำเลยขณะกระทำความผิดยังสามารถรู้สึกผิดชอบอยู่บ้างหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้างตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.65

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 80, 91, 288, 371 และริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 และมาตรา 288, 80 ประกอบด้วยมาตรา 65 วรรคสองพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง,มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสองเป็นการทำความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าเป็นกรรมเดียวกัน ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 4 ปี ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนจำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 8 เดือนคำรับชั้นจับกุมและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืนและลูกกระสุนปืนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า จำเลยใช้อาวุธปืนสั้นไม่มีเครื่องหมายทะเบียนยิงผู้เสียหาย 1 นัด กระสุนปืนถูกแขนขวาได้รับบาดเจ็บ และยิงผู้ตาย 3 นัด กระสุนปืนถูกบริเวณศีรษะด้านหลังข้างขวาถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำผิดในขณะที่ไม่รู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะจิตบกพร่องหรือไม่ เห็นว่า จำเลยมีอาการป่วยทางจิตเนื่องจากจำเลยประสบอุบัติเหตุรถยนต์คว่ำจำเลยเคยไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญาและรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลนิติจิตเวชรวมเวลาติดต่อกันนานประมาณ 7 ปี แต่ก่อนเกิดเหตุจำเลยยังรับราชการที่แผนกการเงิน กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมได้ตามปกติแสดงว่าบางขณะจำเลยมีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย บางขณะก็เป็นปกติ และข้อเท็จจริงได้ความว่าคืนเกิดเหตุจำเลยเคาะประตูเรียกจ่าสิบตำรวจประภาสและโวยวายให้ช่วยหาคนที่เอามดแดงไปใส่ในรองเท้าของจำเลย และทำลายข้าวของในห้องพักของจำเลย เมื่อจำเลยไปค้นห้องพักผู้ตายพบมีดและปืนของผู้ตาย จำเลยหยิบมีดและปืนของกลางออกจากห้อง และเดินตามหาผู้ตาย จำเลยพบผู้ตายกับพวก จำเลยพูดว่า "เฮ้ยมึงว่ากูกล้ายิงไหม"แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงทันที นอกจากนี้หลังเกิดเหตุจำเลยได้พูดกับจ่าสิบตำรวจประภาสว่า "เป็นไงเพื่อนมึงวิ่งหนีกูทำไม" พิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยก่อนและหลังกระทำความผิดดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าสภาวะจิตใจของจำเลยขณะกระทำความผิดยังสามารถรู้สึกผิดชอบอยู่บ้างหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสองที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5895/2540 พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม โจทก์ จ่าสิบตำรวจ สะอาด ห้อย มา ลา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม · จำเลย - จ่าสิบตำรวจ สะอาด ห้อย มา ลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค · วุฒิ คราวุฒิ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3461/2535ฎีกา 682/2469ฎีกา 205/2483ฎีกา 249/2500ฎีกา 101/2547ฎีกา 2537/2548ฎีกา 362-364/2471ฎีกา 656/2473ฎีกา 9264/2551ฎีกา 1816/2541ฎีกา 617/2526ฎีกา 733/2521ฎีกา 2543/2528ฎีกา 287/2472ฎีกา 8329/2540ฎีกา 415/2515ฎีกา 2470/2534ฎีกา 899/2465ฎีกา 803/2481ฎีกา 1627/2545ฎีกา 226/2467ฎีกา 1226/2547ฎีกา 638/2483ฎีกา 851/2468
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ