⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5923/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5923/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคุ้มครองชั่วคราวต้องมีเหตุอันควรและเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าหากไม่สั่งคุ้มครองแล้วจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ขอ และข้ออ้างที่ใช้ในการขอคุ้มครองชั่วคราวต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ.

ย่อคำพิพากษา

ตามคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยที่ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1มีหมายแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ระงับการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01ให้โจทก์ทั้งสามและระงับการทำนิติกรรมใด ๆ สำหรับที่ดินพิพาท เพราะหากออกเอกสารสิทธิดังกล่าวเป็นชื่อโจทก์ทั้งสามแล้ว โจทก์อาจนำที่ดินพิพาทไปทำนิติกรรมใด ๆ ทำให้จำเลยเสียหาย แต่ชั้นฎีกาจำเลยกลับฎีกาว่า โจทก์ทั้งสามจะทำการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินพิพาทให้เสร็จก่อนคดีจะถึงที่สุดโดยอาศัยหลักฐานการเสียภาษีซึ่งไม่ตรงตามข้ออ้างที่ระบุในคำร้อง กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยที่ขอนั้นมาใช้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านสารภี ตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีหมายแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขาประโคนชัย ระงับการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 และระงับการทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินพิพาท เพราะหากเจ้าหน้าที่ออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01เป็นชื่อของโจทก์ทั้งสามแล้ว โจทก์ทั้งสามอาจนำที่ดินพิพาทไปทำนิติกรรมใด ๆ อันเป็นการจำหน่ายสิทธิได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยดังกล่าว จำเลยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีหมายแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขาประโคนชัยระงับการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้โจทก์ทั้งสาม และระงับการทำนิติกรรมใด ๆสำหรับที่ดินพิพาท เพราะหากออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 เป็นชื่อโจทก์ทั้งสามแล้วโจทก์อาจนำที่ดินพิพาทไปทำนิติกรรมใด ๆ ทำให้จำเลยเสียหาย แต่ชั้นฎีกาจำเลยกลับฎีกาว่า โจทก์ทั้งสามจะทำการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินพิพาทให้เสร็จก่อนคดีจะถึงที่สุดโดยอาศัยหลักฐานการเสียภาษี ซึ่งไม่ตรงตามข้ออ้างที่ระบุในคำร้อง ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยตามที่ขอนั้นมาใช้ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5923/2540 นางสาว จิราภรณ์ งานประโคน กับพวก โจทก์ นาย สุดใจ แดงศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว จิราภรณ์ งานประโคน กับพวก · จำเลย - นาย สุดใจ แดงศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ไพเราะ · ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · จุมพล ณ สงขลา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 920/2524ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530ฎีกา 258/2549ฎีกา 3900/2532ฎีกา 1287/2513ฎีกา 2077/2539ฎีกา 1040/2529ฎีกา 778/2503ฎีกา 8876/2551ฎีกา 1905/2531ฎีกา 377/2523ฎีกา 3282/2536ฎีกา 4592/2539ฎีกา 1023/2479
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ