คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6841/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในชั้นฎีกา และศาลฎีกาพิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดตามสัญญาดังกล่าว ถือเป็นกรณีที่คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข และคู่ความตกลงให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยวางศาลไว้แทนโจทก์.
ย่อคำพิพากษา
ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนี-ประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมชำระเงินจำนวน 3,000,000 บาท แก่โจทก์และโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องอื่นใดนอกจากนี้อีก และโจทก์จำเลยยอมให้ค่าฤชา-ธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ ดังนี้ เมื่อศาลฎีกาได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความของศาลฎีกาและเป็นผลให้จำเลยไม่ต้องจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมตึกแถวแก่โจทก์และไม่ต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นและค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองอีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อใช้แทนโจทก์เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางนุชศรา วชิรวงศากร · จำเลย - นายวีรศักดิ์ วชิรวงศากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุณยเนตร · ระพินทร บรรจงศิลป · บุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายวรพจน์ วัชรางค์กุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจุมพล ณ สงขลา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา