คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบว่าผู้ถูกอ้างว่าเป็นผู้ซื้อที่ดินนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนหรือตัวแทน เพื่อแสดงความเป็นมาอันแท้จริงของกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น ไม่เป็นการนำสืบพยานบุคคลแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสาร จึงไม่ต้องด้วยข้อห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระบุว่าจำเลยเป็นผู้ซื้อ การที่โจทก์จะนำสืบว่า จำเลยทำแทนหรือถือกรรมสิทธิ์แทนก็เพื่อแสดงถึงความเป็นมาอันแท้จริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นของ ส. จำเลยมีชื่อในโฉนดที่ดินแทน ส. การนำสืบเช่นนี้เป็นการนำสืบถึงการเป็นตัวการตัวแทนอีกส่วนหนึ่ง หาใช่เป็นการนำสืบพยานบุคคลแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารไม่ กรณีจึงไม่ต้องด้วยข้อห้ามตามป.วิ.พ.มาตรา 94 (ข)
ที่จำเลยฎีกาว่า บันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.4เป็นคำมั่นจะให้ ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบังคับได้นั้น จำเลยมิได้ให้การไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวรวิทย์ สินชวาลวัฒน์ · ในฐานะ - นายมานิตย์ สินชวาลวัฒน์ · จำเลย - ผู้จัดการมรดกของนายสอน แซ่เต็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท · ปรีชา บูรณะไทย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายพิสิฐ ฐิติภัค · ศาลอุทธรณ์ - นายอมร วีรวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา