⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8195/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8195/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันย่อมตกเป็นของผู้คัดค้านส่วนหนึ่งและตกเป็นมรดกของผู้ตายที่จะต้องแบ่งให้แก่ทายาทของผู้ตายอีกส่วนหนึ่ง ทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายโดยตรง จึงสมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ย่อคำพิพากษา

แม้ผู้คัดค้านและผู้ตายจะมีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันโดยต่างมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวในฐานะเจ้าของรวม แต่เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายทรัพย์สินเหล่านั้นย่อมตกเป็นของผู้คัดค้านส่วนหนึ่งและตกเป็นมรดกของผู้ตายที่จะต้องเอามาแบ่งให้แก่ทายาทของผู้ตายอีกส่วนหนึ่ง ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายโดยตรงจึงสมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิเฉพาะในทรัพย์สินที่เป็นของผู้คัดค้านและผู้ตายแต่ไม่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายเลย จึงไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกร่วมด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมนัส จีระวงศ์ซึ่งถึงแก่ความตาย มีบุตรด้วยกัน 7 คน ก่อนถึงแก่ความตายผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมและตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ผู้ตายมีทรัพย์มรดกคือ ที่ดิน จึงมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกของผู้ตายที่จะนำมาแบ่งให้แก่ทายาท ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไป ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 และทายาทอื่นของผู้ตายยินยอมให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านกับผู้ตายอยู่กินฉันสามีภริยากันมาตั้งแต่ปี 2499 จนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายและไม่มีบุตรด้วยกัน ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยากันนั้น ผู้คัดค้านและผู้ตายร่วมกันทำมาหารายได้มีที่ดินหลายแปลงและทรัพย์สินอื่นหลายรายการ ซึ่งย่อมเป็นของผู้คัดค้านกึ่งหนึ่ง การที่ผู้ร้องมาร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น ผู้ร้องไม่เคยบอกกล่าวหรือปรึกษากับผู้คัดค้านก่อนเลย ผู้ร้องมีเจตนาที่จะเอามรดกของผู้ตายเพียงคนเดียว ไม่ยอมแบ่งให้ผู้คัดค้านและทายาทอื่น ผู้ร้องจึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ไม่เป็นคนวิกลจริต ไม่ถูกศาลสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลาย จึงขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางสาคร จีระวงศ์ ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายมนัสจีระวงศ์ ผู้ตาย ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่าสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายมนัส จีระวงศ์ หรือไม่ เห็นว่า แม้หากว่าผู้คัดค้านและนายมนัสผู้ตายจะมีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันซึ่งผู้คัดค้านมีส่วนได้เสียในฐานะเจ้าของรวม เมื่อนายมนัสถึงแก่ความตายทรัพย์สินเหล่านั้นย่อมแบ่งกันเป็นส่วนของผู้คัดค้านส่วนหนึ่งและเป็นทรัพย์มรดกของนายมนัสอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งสิทธิของผู้คัดค้านมีส่วนร่วมกับผู้ตายเพียงใดก็ยังคงมีอยู่เช่นนั้น ส่วนของผู้ตายก็ตกเป็นมรดกของผู้ตายที่ผู้จัดการมรดกของผู้ตายจะต้องเอามาแบ่งให้แก่ทายาทผู้ตาย ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย จึงเป็นทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายโดยตรงแต่ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายเลย เพียงแต่มีส่วนในทรัพย์สินระหว่างผู้คัดค้านกับผู้ตายในฐานะเจ้าของรวมอย่างไรก็ชอบที่จะเรียกร้องเอาได้โดยไม่จำต้องมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่แล้ว และที่ผู้คัดค้านฎีกาว่าต้องการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้นก็เพื่อป้องกันมิให้ทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านมีส่วนร่วมอยู่ด้วยเกิดความเสียหายจากการจัดการมรดกของผู้ร้อง ก็เป็นเจตนาที่มุ่งแต่ประโยชน์ของผู้คัดค้านเท่านั้นหาใช่กระทำเพื่อความชอบธรรมและประโยชน์ของทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายแต่อย่างใดไม่ ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งตั้งผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8195/2540 นาง สาคร จีระวงศ์ ผู้ร้อง นาง สุพิศ เนียมอนันต์ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง สาคร จีระวงศ์ · ผู้คัดค้าน - นาง สุพิศ เนียมอนันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ศรีสง่า · ไพโรจน์ คำอ่อน · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 3188/2533ฎีกา 5080/2542ฎีกา 472/2532ฎีกา 4639/2540ฎีกา 6360/2539ฎีกา 9165/2544ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 3643/2542ฎีกา 174/2524ฎีกา 6291/2554ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1248/2530ฎีกา 9317/2556ฎีกา 1086/2520ฎีกา 8222/2540ฎีกา 1642-1643/2530ฎีกา 5022/2533ฎีกา 596/2546ฎีกา 1279/2502ฎีกา 419/2541ฎีกา 6192/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ