⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 889/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ถูกยึด แม้จะมีส่วนเพียงเล็กน้อย แต่หากยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ถูกยึดทั้งหมด โดยอ้างว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามมูลค่าของทรัพย์สินทั้งหมดที่ขอให้ปล่อย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดเพียง 1 ใน 5แต่ยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์สินที่ยึดทั้งหมดอ้างว่าไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ต้องชำระค่าขึ้นศาลตามมูลค่าแห่งตัวทรัพย์ทั้งหมด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้ สัญญาค้ำประกันและสัญญาจำนองแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสามชำระเพียงบางส่วนและไม่ชำระหนี้ส่วนที่เหลือโจทก์จึงขอให้บังคับคดีและยึดที่ดินซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลหนองละลอกอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง รวม 10 แปลง โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่ยึดรวม 10 แปลง ดังกล่าวไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 หากแต่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างผู้ร้องกับพวกรวม 5 คน ซึ่งมีคนละหนึ่งส่วนเท่า ๆ กันโดยผู้ร้องกับพวกตกลงมอบให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนซื้อที่ดินดังกล่าวและจดทะเบียนโดยลงชื่อจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โดยผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลจำนวน 49,380 บาทศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าทรัพย์ที่ยึดมีทุนทรัพย์ 9,875,900 บาท จะต้องเสียค่าขึ้นศาล 200,000 บาท ให้ผู้ร้องเสียให้ครบใน 15 วันก่อนครบกำหนดผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งเดิมและรับคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ต่อมาผู้ร้องไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดทั้ง 10 รายการ เพียง 1 ใน 5ซึ่งคิดเป็นเงิน 1,975,180 บาท จึงต้องชำระค่าขึ้นศาลเพียง1 ใน 5 เป็นเงินจำนวน 49,380 บาท นั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดเพียง 1 ใน 5 ก็ตามแต่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์สินที่ยึดทั้งหมด ผู้ร้องจึงต้องชำระค่าขึ้นศาลตามมูลค่าแห่งตัวทรัพย์ทั้งหมด คือตามจำนวนทุนทรัพย์ 9,875,900 บาท ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและพิพากษาให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลในอัตราอย่างสูงจำนวน 200,000 บาทชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2540 บริษัท เงินทุน ไทย ธนากร จำกัด โจทก์ นาย สาย รัตนยงค์ ผู้ร้อง นาง สม ลัก ษณ์ นพเกตุ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุน ไทย ธนากร จำกัด · ผู้ร้อง - นาย สาย รัตนยงค์ · จำเลย - นาง สม ลัก ษณ์ นพเกตุ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิธี อุปปาติก · ไพศาล รางชางกูร · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1827/2506ฎีกา 6351/2534ฎีกา 924/2503ฎีกา 8658-8686/2542ฎีกา 396/2523ฎีกา 281/2495ฎีกา 704/2522ฎีกา 548/2532ฎีกา 1762/2530ฎีกา 264/2547ฎีกา 1237/2555ฎีกา 8856/2551ฎีกา 3832/2530ฎีกา 472/2551ฎีกา 3409/2525ฎีกา 5607/2530ฎีกา 2518/2531ฎีกา 3278/2535ฎีกา 811/2506ฎีกา 901/2511ฎีกา 3051/2533ฎีกา 506/2507ฎีกา 1645/2530ฎีกา 3835/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา