คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ถูกยึด แม้จะมีส่วนเพียงเล็กน้อย แต่หากยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ถูกยึดทั้งหมด โดยอ้างว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามมูลค่าของทรัพย์สินทั้งหมดที่ขอให้ปล่อย
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดเพียง 1 ใน 5แต่ยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์สินที่ยึดทั้งหมดอ้างว่าไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ต้องชำระค่าขึ้นศาลตามมูลค่าแห่งตัวทรัพย์ทั้งหมด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้ สัญญาค้ำประกันและสัญญาจำนองแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสามชำระเพียงบางส่วนและไม่ชำระหนี้ส่วนที่เหลือโจทก์จึงขอให้บังคับคดีและยึดที่ดินซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลหนองละลอกอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง รวม 10 แปลง โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับชำระหนี้
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่ยึดรวม 10 แปลง ดังกล่าวไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 หากแต่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างผู้ร้องกับพวกรวม 5 คน ซึ่งมีคนละหนึ่งส่วนเท่า ๆ กันโดยผู้ร้องกับพวกตกลงมอบให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนซื้อที่ดินดังกล่าวและจดทะเบียนโดยลงชื่อจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โดยผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลจำนวน 49,380 บาทศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าทรัพย์ที่ยึดมีทุนทรัพย์ 9,875,900 บาท จะต้องเสียค่าขึ้นศาล 200,000 บาท ให้ผู้ร้องเสียให้ครบใน 15 วันก่อนครบกำหนดผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งเดิมและรับคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ต่อมาผู้ร้องไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดทั้ง 10 รายการ เพียง 1 ใน 5ซึ่งคิดเป็นเงิน 1,975,180 บาท จึงต้องชำระค่าขึ้นศาลเพียง1 ใน 5 เป็นเงินจำนวน 49,380 บาท นั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดเพียง 1 ใน 5 ก็ตามแต่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์สินที่ยึดทั้งหมด ผู้ร้องจึงต้องชำระค่าขึ้นศาลตามมูลค่าแห่งตัวทรัพย์ทั้งหมด คือตามจำนวนทุนทรัพย์ 9,875,900 บาท ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและพิพากษาให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลในอัตราอย่างสูงจำนวน 200,000 บาทชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2540
บริษัท เงินทุน ไทย ธนากร จำกัด โจทก์
นาย สาย รัตนยงค์ ผู้ร้อง
นาง สม ลัก ษณ์ นพเกตุ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท เงินทุน ไทย ธนากร จำกัด · ผู้ร้อง - นาย สาย รัตนยงค์ · จำเลย - นาง สม ลัก ษณ์ นพเกตุ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิธี อุปปาติก · ไพศาล รางชางกูร · ยรรยง ปานุราช |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา