⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2138/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2138/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้รถยนต์บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อทางหลวงแผ่นดินและเป็นอันตรายต่อสาธารณชน รถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวสมควรถูกริบ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกของกลางมีน้ำหนักบรรทุกรวมน้ำหนักรถเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ถึง 18,990 กิโลกรัม โดยไม่นำพา ว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงเพียงใดต่อสภาพ ทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งเป็นสมบัติส่วนรวมและมีไว้เพื่อประโยชน์ ของสาธารณชน การกระทำดังกล่าว ของจำเลยทำให้ผู้ร่วมใช้ เส้นทางสัญจรไปมาต้องเสี่ยงต่ออันตรายจากสภาพถนนที่ชำรุด ทรุดโทรมง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากสภาพ ของรถยนต์บรรทุกที่มีน้ำหนักบรรทุกเป็นจำนวนมากเกินกว่า ที่ผู้ขับขี่จะควบคุมให้แล่นไปได้อย่างปลอดภัย เมื่อจำเลย ใช้รถยนต์บรรทุกของกลางในการกระทำความผิดเพื่อมุ่งแต่ประโยชน์สูงสุดในทางเศรษฐกิจของตนเพียงอย่างเดียวไม่สนใจว่าจะก่อผลกระทบที่เสียหายต่อสังคมอย่างไร ดังนั้นรถยนต์บรรทุกของกลางซึ่งใช้ในการกระทำความผิดจึงเป็นทรัพย์ที่สมควรต้องริบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวงพ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวงพ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือนพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะแล้ว ไม่รอการลงโทษจำคุกแต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง 1 เดือน แทนตามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 23 ส่วนของกลางเห็นสมควรไม่ริบและให้คืนแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง โดยอัยการพิเศษประจำเขต 3ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด รับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-8120 ชัยภูมิ ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ไม่ริบของกลาง โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าสมควรริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-8120 ชัยภูมิ ของกลางหรือไม่ จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกของกลางมีน้ำหนักรถเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดได้ถึง 18,990 กิโลกรัม โดยไม่นำพาว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงเพียงใดต่อสภาพทางหลวงแผ่นดินซึ่งเป็นสมบัติส่วนรวมและมีไว้เพื่อประโยชน์ของสาธารณชน การกระทำดังกล่าวของจำเลยนั้น ทำให้ผู้ร่วมใช้เส้นทางสัญจรไปมาต้องเสี่ยงต่ออันตรายจากสภาพถนนที่ชำรุดทรุดโทรมง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากสภาพของรถยนต์บรรทุกที่มีน้ำหนักบรรทุกเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่ผู้ขับขี่จะควบคุมให้แล่นไปได้อย่างปลอดภัย เมื่อจำเลยใช้รถยนต์บรรทุกของกลางในการกระทำความผิดเพื่อมุ่งประโยชน์สูงสุดในทางเศรษฐกิจของตนเพียงอย่างเดียวไม่สนใจว่าจะก่อผลกระทบที่เสียหายต่อสังคมอย่างไร ดังนั้นรถยนต์บรรทุกของกลางซึ่งใช้ในการกระทำความผิดจึงเป็นทรัพย์ที่สมควรต้องริบ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจริบรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-8120 ชัยภูมิ ของกลางจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2138/2541 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด บัว ใหญ่ โจทก์ นาย วีรพจน์ ยศ รุ่งเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด บัว ใหญ่ · จำเลย - นาย วีรพจน์ ยศ รุ่งเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพล พันธุมโน · วุฒิ คราวุฒิ · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530ฎีกา 12543/2553ฎีกา 3074/2537ฎีกา 1027/2485ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1232/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ