⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2348/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ หากคู่ความไม่โต้แย้งคำสั่งไว้ จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นไม่ได้ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น การยื่นคำร้อง การวางเงินค่าฤชาธรรมเนียม หรือการหาประกัน

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย และใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 200,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่อันเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาโดยจำเลยทั้งสองไม่ได้โต้แย้งคำสั่งไว้ตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2)เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยังประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองก็ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง แม้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการขอพิจารณาคดีใหม่จำเลยทั้งสองก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 49,763,780.99 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี จากต้นเงิน 8,476,275.98 บาท18,890,000 บาท และ 16,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 1169, 16689ถึง 16696 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 25 และ 27 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การต่อสู้คดีแต่ขาดนัดพิจารณา ศาลจึงพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่ามิได้จงใจขาดนัดขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินตามคำขอท้ายฟ้องกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งจำเลยทั้งสองมิได้โต้แย้งไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเป็นการอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จึงให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 7 วัน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ขอพิจารณาคดีใหม่ มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นโดยจำเลยทั้งสองมิได้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมให้ครบถ้วนและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยและใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 200,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่อันเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาโดยจำเลยทั้งสองไม่ได้โต้แย้งคำสั่งไว้ตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยทั้งสองยังประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองก็ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง แม้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการขอพิจารณาคดีใหม่ก็ตามจำเลยทั้งสองก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวเมื่อจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชอบแล้วฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน หากจำเลยทั้งสองยังติดใจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ก็ให้นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบคำพิพากษานี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2541 ธนาคาร นคร ธน โจทก์ นาย ประพันธ์ ห่อ ศิริกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร นคร ธน · จำเลย - นาย ประพันธ์ ห่อ ศิริกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ศรีสง่า · บุญธรรม อยู่พุก · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 3830/2524ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 8086/2543ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 8909/2544ฎีกา 946/2550ฎีกา 729/2492ฎีกา 801/2515ฎีกา 1333/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ