คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นผู้อุปการะตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 มาตรา 4 (2) นั้น แม้ผู้ตายจะเป็นบุตรของผู้รับบำนาญและมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่แล้วก็ตาม แต่หากผู้รับบำนาญป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้และผู้รับบำนาญเป็นผู้ให้การอุปการะเลี้ยงดูและช่วยเหลือมาตลอด ก็ถือได้ว่าเป็นผู้อุปการะตามกฎหมายดังกล่าว.
ย่อคำพิพากษา
แม้โจทก์เป็นบุตร ท.และจำต้องอุปการะเลี้ยงดู ท.ตามป.พ.พ.มาตรา 1563 ก็ตาม แต่เมื่อ ท.ป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถที่จะช่วยตัวเองได้โจทก์เป็นผู้ให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้ความช่วยเหลือ ท.ตลอดมาจนกระทั่ง ท.ถึงแก่กรรมเช่นนี้ ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้อุปการะ ท.ตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 มาตรา 4 (2) ด้วย
โจทก์ฟ้องบังคับการรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลยให้ชำระเงินบำเหน็จตกทอดตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 โดยอาศัยสิทธิในฐานะเป็นผู้อุปการะ ท.โดยโจทก์มิได้ฟ้องโดยอาศัยสิทธิในฐานะเป็นบุตร ท.เมื่อโจทก์เป็นผู้อุปการะ ท.ผู้ตาย โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จตกทอดตามมาตรา 49
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1563 พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2499 ม.8 พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ม.4 พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ม.49 รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบรรจง รอดหมู่พาล · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา