⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3400/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3400/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีหลังได้เอง แม้โจทก์จะมิได้ขอให้บวกโทษก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองจากรายงานการสืบเสาะและพินิจ ของพนักงานคุมประพฤติทั้งจำเลยก็ยอมรับข้อเท็จจริงว่าจำเลย เคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และในระหว่าง ที่ยังไม่ครบ 2 ปี จำเลยได้มา กระทำความผิดคดีนี้อีกดังนี้แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและขอให้บวกโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษคดีนี้ก็ตาม ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็มีอำนาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ตามมาตรา 58 วรรคแรก กรณีนี้มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย เพราะกฎหมายบังคับให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วยและมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีอำนาจยกขึ้นอ้างได้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1509/2539 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1509/2539 ของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา จึงให้ยกคำขอนี้ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1074/2538 ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้รวมเป็นจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้นำโทษจำคุกที่รอไว้มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 หรือไม่ ทั้งที่โจทก์มิได้ขอให้นำโทษจำคุกที่รอไว้มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้โดยโจทก์ไม่ได้บรรยายเข้ามาในคำฟ้อง จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์จะขอให้เพิ่มเติมโทษ เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในคำฟ้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192หรือไม่และเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 หรือไม่ เห็นว่า ตามนัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองภายในเวลาที่ศาลกำหนดให้รอการลงโทษไว้ตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลพิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังคดีนี้เป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลเองจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติทั้งจำเลยก็ยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1074/2538ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2538 และในระหว่างที่ยังไม่ครบ 2 ปีจำเลยได้มา กระทำความผิดคดีนี้อีก แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและขอให้บวกโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษคดีนี้ก็ตามศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็มีอำนาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1074/2538 ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ตามมาตรา 58 วรรคแรก กรณีนี้มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยเพราะกฎหมายบังคับให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วย และกรณีมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 2มีอำนาจยกขึ้นอ้างได้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ก็ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3400/2541 พนักงานอัยการ จังหวัด แพร่ โจทก์ นาย สุ ชาติ ไข่ คำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด แพร่ · จำเลย - นาย สุ ชาติ ไข่ คำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด ไตรโสรัส · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · อัธยา ดิษยบุตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6247/2545ฎีกา 1870/2549ฎีกา 5246/2548ฎีกา 492/2539ฎีกา 6299/2534ฎีกา 1610/2539ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 2480/2538ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 892/2497ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ