คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3849/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกทรัพย์สินให้ระหว่างมีชีวิตอยู่ แม้จะทำตามหลักกฎหมายอิสลาม ก็ไม่ถือเป็นเรื่องมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ย่อคำพิพากษา
บทบัญญัติมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 นั้น หมายความว่าคดีแพ่งที่เกี่ยวด้วยเรื่องครอบครัวและมรดกตาม ป.พ.พ.ว่าด้วยครอบครัวและมรดกของผู้นับถือศาสนาอิสลามอันเกิดขึ้นในศาลของสี่จังหวัดดังกล่าว ให้ศาลใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทน ดังนั้น กรณีที่จะเป็นคดีต้องด้วยพ.ร.บ.ดังกล่าวจึงต้องเป็นคดีมรดกตาม ป.พ.พ.เสียก่อน
คดีนี้เป็นเรื่องเจ้ามรดกยกที่ดินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นสิทธิแก่จำเลยและจำเลยร่วมตั้งแต่เจ้ามรดกยังไม่ถึงแก่ความตาย การยกที่ดินพิพาทให้ดังกล่าวแม้จะทำตามหลักกฎหมายอิสลามที่เรียกว่าพิธีแฮร์เบอะ โดยทำพิธีอย่างถูกต้องที่บ้านโต๊ะอิหม่ามก็ตาม กรณีก็ไม่ใช่เรื่องมรดกเพราะเป็นเรื่องให้ระหว่างมีชีวิตอยู่ บทกฎหมายในเรื่องนี้จึงต้องใช้ ป.พ.พ.บังคับแก่คดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางตันหยง มามะ กับพวก · จำเลย - นางตีเมาะ มามะ · จำเลยร่วม - นางคอลีเยาะ ยูโซะ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด ไตรโสรัส · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · อัธยา ดิษยบุตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปัตตานี - นายไพโรจน์ โปเล็ม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายประสพสุข บุญเดช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา